ขงเบ้งอ่านกลสุมาอี้ (2)

ขงเบ้งรอฟังผลการรบ
ขงเบ้งรอฟังผลการรบ

ขงเบ้งอ่านกลสุมาอี้ (2) : “เจ้าคิดว่าข้าโง่หรือ ทำไมข้าจะไม่รู้จักจีนล่ง ไอ้สุมาอี้มันใช้มึงมาลวงข้าเพื่อทำกลไส้ศึกทำไมข้าจะไม่รู้ ทหาร…เอามันไปประหาร”

แต้บุ๋นเจอประโยคแรกก็ผวาแล้วนั่นหมายความว่าขงเบ้งรู้จักจีนล่งซึ่งเป็นสิ่งที่แต้บุ๋นคาดไม่ถึงว่าสถานการณ์จะออกมาเป็นเช่นนี้โอกาสรอดแทบจะไม่มี และตามมาด้วยประโยคที่สองซึ่งก็คือการเปิดโปงแผนการทั้งหมดของสุมาอี้ทั้ง หมดและเป็นดั่งคาดขงเบ้งตบท้ายด้วยคำสั่งให้เอาไปประหาร

ท่านผู้อ่านลองหลับตาแล้วนึกภาพว่าถ้าตัวท่านเป็นแต้บุ๋นแล้วเจอคำพูดเช่น นี้จะทำอย่างไร หนึ่งยอมรับแต่โดยดีว่าไม่ใช่จีนล่งและเล่าความจริงให้ฟังเพื่อหวังให้ ขงเบ้งยกโทษให้ หรือ สองดื้อแพ่งต่อไปและยืนยันว่าตนคือจีนล่ง ซึ่งในความเป็นจริงคงเป็นเรื่องยากที่จะมีใครเลือกข้อสองเพราะแต้บุ๋นไม่ใช่ จีนล่ง และ ขงเบ้งยืนยันแล้วว่าตัวเขารู้จักกับจีนล่ง จึงทำให้แต้บุ๋นเกิดอาการ “วัวสันหลังหวะ” ทันทีเพราะคิดว่าขงเบ้งรู้จักกับจีนล่งจริง ทำให้แต้บุ๋นยอมรับความจริงทุกอย่าง

การโน้มน้าวใจของขงเบ้งด้วยเทคนิคแบบนี้นับว่าไม่ธรรมดาเลยเพราะใช้เทคนิค การตั้งคำถามแบบตรงๆที่ผู้ตอบยากจะโกหกและอีกส่วนคือการสร้างสถานการณ์กดดัน เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามหวาดกลัวไม่กล้าที่จะเล่นลิ้นหรือหลอกลวงเนื่องจาก ขงเบ้งได้แสดงตัวว่ารู้ทันแผนการทุกอย่างจึงทำให้แต้บุ๋นต้องสารภาพ ทุกอย่างออกมาอย่างหมดเปลือกตามที่ขงเบ้งต้องการ

วิธีการดังกล่าวเหมาะมากในการที่จะนำไปใช้เพื่อจับผิดผู้มีพิรุธหากแต่ว่า คุณต้องแสดงละครให้เก่งเสมือนหนึ่งรู้ทันอีกฝ่ายว่าเขากำลังคิดและทำอะไร ที่สำคัญคุณต้องวางตัวให้เหมือนกับถือไพ่เหนือกว่าด้วยการใช้คำถามเสมือนรู้ จริงเพื่อกดดันผสานกับการสร้างสถานการณ์ให้ตึงเครียดแต่ทุกอย่างต้องทำให้ รวบรัดและกระชับอย่าให้อีกฝ่ายตั้งตัวติดหรือมีเวลาที่จะแต่งเรื่องโกหก เพียงเท่านี้คุณก็จะกลายเป็นขงเบ้งไปโดยปริยาย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *