อุยกายยอมเจ็บ

กลยุทธ์สยบมหาอำนาจ (13)

อุยกายยอมเจ็บ
อุยกายยอมเจ็บ

กลยุทธ์สยบมหาอำนาจ (13) : กลยุทธ์ยอมเจ็บกายเพื่อผลาญทัพโจโฉ กลยุทธ์ที่ 34 ของ 36 กลยุทธ์ ได้ว่าเรื่องของกลยุทธ์ทุกข์กาย ซึ่งหมายความว่า โดยสามัญสำนึก คนเราทุกคนไม่ทำร้ายตัวเองหากบาดเจ็บ ก็เชื่อว่าคงถูกทำร้าย ถ้าแม้นสามารถทำเท็จให้เป็นจริง ให้ศัตรูเชื่อไม่สงสัย กลอุบายก็จะสัมฤทธิ์ผล ทว่าการทำให้ศัตรูเชื่อ ก็พึงเข้าใจในจุดอ่อนของศัตรู ทำเท็จให้จริงจัง ให้เชื่อจริงแท้ “อาศัยจุดอ่อนแห่งจิต ลู่ตามจึงพิชิต” คำนี้มาจาก “คัมภีร์อี้จิง ปิด” หมายความว่า อาศัยความไร้เดียงสาของทารก ล่อหลอกโดยโอนอ่อนผ่อนตามไปก็จังลวงให้บรรลุประสงค์ได้ กลยุทธ์นี้ เป็นอุบายใช้การทำร้ายตัวอง ให้ศัตรูหลงชื่อ เพื่อมึนชาแล้วพิชิตศัตรูอย่างหนึ่ง

ในคราวศึกผาแดง หลังจากซัวมอเตียวอุ๋น ติดกับจิวยี่จนถูกประหารชีวิต ตกกลางคืนอุยกายเข้ามาเสนอแผนใช้เพลิงให้กับจิวยี่ แต่จิวยี่ต้องการ หาคนอาสาลวงโจโฉ อุยกายรับอาสา จิวยี่จึงบอกแผนการแก่อุยกายพร้อมคุกเข่าคำนับอุยกายสรรเสริญว่า เป็นผู้จงรักภักดีต่อแผ่นดิน

รุ่งเช้าจิวยี่ ให้แจกเสบียงทหารเพื่อสู้ศึกโจโฉ อุยกายแกล้งขัดคำสั่งจิวยี่ จิวยี่สั่งให้เอาตัวอุยกายไปฆ่า เสีย ขุนนางทั้งปวงมิทราบแผนการจึงขอร้องให้ไว้ชีวิตอุยกาย จิวยี่เปลี่ยนเป็นโบยร้อยที โบยจนอุยกายสลบ ขงเบ้งทราบอุบายจึงนิ่งเสีย งำเต็กที่ปรึกษาจิวยี่เข้าพบอุยกาย และอาสาถือหนังสือของอุยกายลวงโจโฉ งำเต็กจึง แต่งตัวปลอมเป็นชาวประมงลอบเข้าค่ายโจโฉ ตอนแรกโจโฉไม่เชื่อหนังสือของอุยกายพร้อมสั่งประหารงำเต็ก ทันที

เฆี่ยนอุยกาย
เฆี่ยนอุยกาย

แต่งำเต๊กใช้ไหวพริบในการตอบคำถามโจโฉ พอดีกับมีจดหมายลับจากชัวต๋ง ชัวโฮเข้ามา โจโฉจึงเชื่องำเต็ก หลังจากงำเต็กกลับค่าย จึงแกล้งทำเป็นปรึกษากำเหลงเรื่องจะกบฎ ชัวต๋ง ชัวโฮ แอบฟังก็ยินดี พร้อมแจ้งว่าจะ ส่งเรือบรรทุกเสบียงอาวุธมีธงตะขาบเขียวให้โจโฉอีกด้วย หลังจากงำเต็กกลับค่ายแล้ว โจโฉใคร่รู้เรื่องราว ในกองทัพง่อว่าเป็นจริงอย่างที่งำเต็กกล่าวรึไม่ เจียวก้านจึงอาสาทำงานแก้ตัวอีกรอบ คราวนี้จิวยี่ให้ทหาร คุมตัวเจียวก้านไว้บนเขาให้พบกับบังทองเพื่อให้เจียวก้านพาบังทองไปพบโจโฉ และให้บังทองเสนอแผนใช้ โซ่ร้อยลำเรือให้ติดกันจะเผาได้ง่าย ๆ ที่ปรึกษาโจโฉแย้งว่าหากถูกไฟเผาจะพากันตายสิ้น แต่โจโฉบอกว่าฤดูหนาวมีเพียงลมพัดไปยังกองทัพง่อเท่านั้น ไม่มีลมอาคเนย์ที่จะพัดเพื่อเผากองทัพเราได้ ขอให้วางใจได้

เมื่อทุกอย่างเตรียมการพร้อมแล้วขาดเพียงแค่ลมอาคเนย์ ขงเบ้งอาสาจิวยี่เรียกลมอาคเนย์มาให้สามวันเพื่อเผากองทัพโจโฉ จิวยี่ประหลาดใจแต่ก็ให้จัดพิธีตามที่ขอ ขงเบ้งจัดฉากเรียกลมเพื่อแสดงให้ตนมีอิทธิฤทธิ์ จริง ๆ แล้วลมอาคเนย์พัดสามวันเป็นไปตามฤดูกาลซึ่งเรื่องธรรมชาติ เมื่อเรียกลมได้สำเร็จ ขงเบ้งจึงหนีกลับเมืองกังแฮ โดยที่จูล่งนำเรือมารับตามที่ได้นัดหมาย จิวยี่ให้ทหารไล่ตามแต่มิทัน

ขงเบ้งเรียกลม
ขงเบ้งเรียกลม

ลมอาคเนย์เริ่มพัด แผนการเผาทัพเรือโจโฉจึงเปิดฉากขึ้น อุยกายแต่งหนังสือนัดเวลาและสถานที่ เพื่อส่งเรือบรรทุกเสบียงอาวุธโดยธงตะขาบเขียวเข้าสวามิภักดิ์ แต่แท้จริงเป็นเรือบรรทุกเชื้อเพลิงอย่างดี เมื่อถึงเวลาลมอาคเนย์พัดแรง อุยกายส่งเรือธงตะขาบเขียวเข้าหากองทัพโจโฉแต่โจโฉเห็นเรือมีพิรุธเสียก่อน จึงห้ามไม่ให้เรือเข้าอ่าวที่จอดเรือแต่ไม่ทัน เรือธงตะขาบเขียวทุกลำเข้าชนกองเรือที่ใช้โซ่ร้อยลำเรือทุกกอง

จากนั้น ทหารง่อระดมยิงธนูไฟใส่กองเรือ เพลิงจึงลุกไหม้อย่างรวดเร็วบวกกับแรงลมอาคเนย์ทำให้ไฟยิ่งลามเร็วขึ้น โจโฉตกใจมากหนีขึ้นฝั่ง ทัพเรือ ๘๓ หมื่นซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของโจโฉพินาศสิ้นเพียงแค่วันเดียว

กลยุทธ์นี้สรุปได้ว่า “คำโบราณของจีนมีกล่าวไว้ว่า “ร่างกาย เส้นผม และผิวหนัง ได้มาจาก บิดามารดา มิควรทำลาย นี้คืออันดับแรกแห่งความกตัญญู” คำคำนี้เป็นทัศนคติที่ฝังลึกอยู่ในมโนธรรมของชาวจีนมาช้านาน ดั้งนั้นการจะทำร้ายร่างกายของตนเอง ยอมสวามิภักดิ์แก่ศัตรูด้วยอุบาย จึงมักจะได้รับความเห็นใจ ให้ความเชื่อถือซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ล้ำลึกกว่า “กลไส้ศึก” เคยได้รับความสำเร็จอย่างงดงามมามากหลายตั้งแต่โบราณกาล”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *