โลติด

โลติด หรือโลจิ๋น (หลูจื๋อ 盧植 Lu Zhi) ชื่อรอง จื่อก้าน (子幹 Zigan) เป็นชาวเมืองตุ้นก้วน (จัวเสี้ยน) เป็นคนบ้านเดียวกับเล่าปี่ (หลิวเป้ย) และเคยเป็นอาจารย์สอนหนังสือให้กับเล่าปี่ (สามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) แปลคลาดเคลื่อนเป็นว่าโลติดเป็นเพื่อนที่เรียนหนังสือด้วยกันกับเล่าปี่) และกองซุนจ้าน (กงซุนจ้าน)

โลติดรับราชการเป็นขุนนางและขุนพลในตำแหน่งจงลงเจียงหรือตงลงเจียง (จงหลางเจียง) ในราชสำนักฮั่น เมื่อกบฏโจรโพกผ้าเหลืองนำโดยเตียวก๊ก (จางเจวี๋ย) ได้ก่อการเป็นจลาจลขึ้นในรัชสมัยพระเจ้าเลนเต้เมื่อปี ค.ศ. 184 พระเจ้าเลนเต้มีพระราชโองการตั้งให้โลติด พร้อมด้วยฮองฮูสง (หวงฝู่ซง) และจูฮี (จูจวิ้น) เป็นแม่ทัพนำกองทัพหลวงยกไปปราบโจรโพกผ้าเหลือง

โลติดนำทหารจำนวนห้าหมื่นนายรบกับเตียวก๊กที่มีกำลังพลสิบห้าหมื่นนายที่เมืองกงจ๋ง (กว่างจง) ฝ่ายเล่าปี่ได้ข่าวโลติดยกมาทำศึกกับเตียวก๊กจึงนำทหารห้าร้อยนายจากเมืองตุ้นก้วน พร้อมด้วยน้องร่วมสาบานคือกวนอู (กวนอวี่) และเตียวหุย (จางเฟย) ยกไปสมทบกับโลติดผู้เป็นอาจารย์ โลติดก็รับเล่าปี่ไว้ในกองทัพ กองทัพของโลติดและเตียวก๊กตั้งยันกันอยู่ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะ ขณะเดียวกันนั้นโลติดได้ข่าวว่าฮองฮูสงและจูฮีกำลังรบกับเตียวโป้ (จางเป่า) และเตียวเหลียง (จางเหลียง) น้องชายของเตียวก๊กที่เมืองเองฉวน (อิ่งชวน) จึงมอบทหารหนึ่งพันนายให้เล่าปี่ยกไปช่วยรบที่เมืองเองฉวน

ต่อมาโลติดเป็นฝ่ายได้เปรียบ สามารถนำทัพล้อมเตียวก๊กไว้เกือบจะได้ชัย แต่เตียวก๊กใช้อาคมทำให้โลติดยังไม่สามารถเอาชนะได้ ทางด้านราชสำนักได้ส่งขันทีชื่อจูฮง (จั่วเฟิง) มาสืบราชการเรื่องที่โลติดยังปราบโจรโพกผ้าเหลืองไม่สำเร็จ จูฮงเรียกเอาสินบนจากโลติด โลติดตอบจูฮงว่าภายในกองทัพขาดแคลนเสบียง จึงไม่มีเงินเหลือมาเป็นสินบนให้จูฮง จูฮงโกรธจึงกลับไปรายงานราชสำนักกล่าวโทษโลติดว่าไม่มีใจรบพุ่งกับโจรโพกผ้าเหลือง ราชสำนักจึงให้ตั๋งโต๊ะ (ต่งจั๋ว) ไปเป็นแม่ทัพแทนโลติด แล้วให้ทหารนำตัวโลติดจำใส่กรงบนเกวียนคุมตัวกลับไปพิจารณาโทษที่เมืองหลวงลกเอี๋ยง (ลั่วหยาง) เล่าปี่ที่คุมพลกลับจากการไปช่วยฮองฮูสงและจูฮีผ่านมาเห็นเข้าจึงเข้าไปสอบถามหาสาเหตุจากโลติด เตียวหุยได้ยินที่โลติดเล่าให้ฟังก็โกรธจึงชักดาบจะสังหารทหารผู้คุมเพื่อช่วยโลติด เล่าปี่ห้ามเตียวหุยไว้บอกว่าเป็นคำสั่งราชสำนักไม่ควรทำตามอำเภอใจ ทหารผู้คุมก็คุมตัวโลติดเดินทางต่อไปจนถึงเมืองหลวง ฝ่ายเล่าปี่หลังจากที่โลติดถูกถอดจากการเป็นแม่ทัพก็ตัดสินใจที่จะกลับตุ้นก้วน แต่ภายหลังได้ไปร่วมปราบโจรโพกผ้าเหลืองภายใต้การบังคับบัญชาของจูฮี ต่อมาฮองฮูสงทำหนังสือกราบทูลต่อราชสำนักว่าโลติดมีความชอบในการศึก ไม่มีความผิดเหมือนที่จูฮงกล่าวโทษ ราชสำนักจึงให้โลติดพ้นโทษ และคืนตำแหน่งให้ดังเดิม

เมื่อพระเจ้าเลนเต้สวรรคตในปี ค.ศ. 189 โฮจิ๋น (เหอจิ้น) ยกพระราชโอรสหองจูเปียน (หวงจื่อเปี้ยน) ขึ้นครองราชย์ และคิดการจะกำจัดกลุ่มสิบขันทีที่เป็นศัตรูทางการเมือง จึงทำตามคำแนะนำของอ้วนเสี้ยว (หยวนเส้า) ให้มีพระราชโองการถึงหัวเมืองต่างๆให้ยกเข้าเมืองหลวงเพื่อปราบสิบขันที ตั๋งโต๊ะที่เป็นเจ้าเมืองซีหลงหรือเสเหลียง (ซีเหลียง) เป็นหนึ่งในเจ้าเมืองที่ได้รับราชโองการจึงยกทัพไปประชิดเมืองลกเอี๋ยง แล้วทำหนังสือกราบทูลราชสำนักว่าจะขอยกเข้าไปปราบสิบขันที โฮจิ๋นเห็นหนังสือนั้นแล้วจึงให้พวกขุนนางดู โลติดรู้จักนิสัยใจคอของตั๋งโต๊ะว่ามีใจหยาบช้า หากปล่อยให้เข้าเมืองหลวงจะเกิดภัยใหญ่หลวง จึงทัดทานโฮจิ๋นแสดงความไม่เห็นด้วยที่จะให้ตั๋งโต๊ะเข้าเมืองหลวง โฮจิ๋นไม่ฟังคำโลติดดึงดันจะให้ตั๋งโต๊ะยกเข้ามา โลติดพร้อมด้วยขุนนางจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วยกับโฮจิ๋นจึงตัดสินใจลาออกจากราชการ

กลุ่มสิบขันทีครั้นรู้เรื่องที่โฮจิ๋นเรียกหัวเมืองเข้ามาปราบพวกตน เห็นว่าการจวนตัวจึงวางแผนลวงโฮจิ๋นมาสังหารเสียที่ในวัง อ้วนเสี้ยวและโจโฉ (เฉาเชา) รู้ว่าสิบขันทีสังหารโฮจิ๋นจึงนำกำลังบุกเข้าวังเพื่อปราบปรามสิบขันที ขันทีสี่คนคือเตียวเหยียง (จางร่าง) ต๋วนกุย (ต้วนกุย) เทาเจียด (เฉาเจี๋ย) และเหาลำ (โหวหล่าน) รีบเข้าคุมตัวฮ่องเต้หองจูเปียน หองจูเหียบ (หวงจื่อเสีย) พระอนุชา และนางโฮเฮา (เหอโฮ่ว) พระมารดา หนีออกจากวังไปทางทิศเหนือ ฝ่ายโลติดครั้นเห็นว่าเกิดเหตุวุ่นวายขึ้นในวังจึงแต่งตัวสวมเกราะถืออาวุธออกมา เห็นขันทีต๋วนกุยกำลังพานางโฮเฮาหนีจึงร้องตวาดใส่ต๋วนกุย ต๋วนกุยเห็นโลติดก็ตกใจทิ้งนางโฮเฮาหนีไป นางโฮเฮากระโดดลงจากหน้าต่าง โลติดวิ่งเข้ารับได้ทัน ภายหลังจากเหตุการณ์วุ่นวายสิ้นสุดลง โลติดก็กลับมาเข้ารับราชการ

ไม่นานหลังจากนั้นตั๋งโต๊ะได้เข้ามาในเมืองลกเอี๋ยง แล้วเชิญขุนนางทั้งหลายมากินโต๊ะที่พระราชอุทยานเวินหมิง จากนั้นจึงได้กล่าวเสนอให้ถอดหองจูเปียนจากการเป็นฮ่องเต้และตั้งให้พระอนุชาหองจูเหียบขึ้นเป็นฮ่องเต้แทน โลติดคัดค้านตั๋งโต๊ะ โดยยกเหตุผลว่าหองจูเปียนแม้จะยังทรงพระเยาว์ แต่ยังไม่ได้กระทำความผิดใดๆ จึงไม่สมควรที่จะถอดออกจากการเป็นฮ่องเต้ อีกทั้งตัวตั๋งโต๊ะเป็นเพียงขุนนางหัวเมือง ไม่มีความสามารถในการบริหารราชการแผ่นดิน และไม่มีสิทธิ์ในการถอดถอนและแต่งตั้งฮ่องเต้ตามอำเภอใจซึ่งเป็นการกระทำของกบฏ ตั๋งโต๊ะโกรธมากชักกระบี่จะฆ่าโลติด ขุนนางชื่อแพ่แป๊ก (เผิงโป๋) จึงห้ามตั๋งโต๊ะไว้ว่าโลติดเป็นที่เคารพนับถือของขุนนางและอาณาประชาราษฎร์ หากสังหารโลติดจะทำให้คนทั้งหลายเกิดความแตกตื่นวุ่นวายขึ้น ฝ่ายอ้องอุ้น (หวางอวิ่น) ก็ช่วยปรามตั๋งโต๊ะบอกว่าเรื่องนี้ไม่ควรปรึกษาในงานเลี้ยง ตั๋งโต๊ะจึงยอมไว้ชีวิตโลติด ขุนนางทั้งหลายก็ลาตั๋งโต๊ะกลับบ้านไป งานกินโต๊ะจึงเลิกราไปโดยยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องที่ตั๋งโต๊ะเสนอ

หลังจากนั้นโลติดก็ไม่มีบทบาทในวรรณกรรมสามก๊กอีก ส่วนในจดหมายเหตุราชวงศ์ฮั่นยุคหลัง (โฮ่วฮั่นซู) บันทึกว่าหลังจากโลติดคัดค้านเรื่องที่ตั๋งโต๊ะจะถอดหองจูเปียนจากการเป็นฮ่องเต้ ตั๋งโต๊ะได้ปลดโลติดออกจากราชการ โลติดขอเดินทางกลับบ้านเกิดอ้างว่าเพราะป่วยและชรา แต่โลติดกลัวว่าอาจจะไม่พ้นภัยจากตั๋งโต๊ะ จึงเดินทางออกจากเมืองลกเอี๋ยงโดยเลี่ยงไปใช้เส้นทางห้วนหยวน ดังนั้นเมื่อตั๋งโต๊ะส่งคนไปตามจับโลติดในภายหลังจึงไม่พบตัว หลังจากนั้นโลติดก็ปลีกวิเวกอยู่อย่างสันโดษบนเขาบริเวณเมืองซ่างกู่ ไม่ติดต่อกับใครอีก จนกระทั่งเสียชีวิตในปี ค.ศ. 192 ก่อนตายโลติดบอกให้บุตรชายจัดการฝังศพของตนอย่างเรียบง่ายโดยไม่ใส่ในโลงศพ และใช้เพียงผ้าบางๆห่อศพเท่านั้น

หมายเหตุ:

1.ชื่อบุคคลและสถานที่อิงตามสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) และมีชื่อสำเนียงจีนกลางระบุในวงเล็บ สำหรับชื่อที่ไม่ปรากฏในสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) จะระบุชื่อตามสำเนียงจีนกลาง

2.ชื่อบุคคลที่มีเครื่องหมายดอกจัน (*) กำกับเป็นชื่อที่ไม่ปรากฏในสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) แต่เป็นชื่อโดยอนุโลม โดยแซ่อิงตามสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ส่วนชื่อตัวเป็นสำเนียงจีนกลาง และมีชื่อ-แซ่สำเนียงจีนกลางระบุในวงเล็บ


ลิขสิทธิ์ภาพจาก เกมการ์ดสามก๊ก โดย ไทยสามก๊ก
ลิขสิทธิ์บทความโดย ทีมข้อมูลไทยสามก๊ก, วณิพกยุคตงฮั่น

แสดงความคิดเห็นผ่าน Facebook

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Rating*