เลียวฮัว

เลียวฮัว หรือ เลียวหัว (เลี่ยวหัว 廖化 Liao Hua) ชื่อรอง หยวนเจี่ยน (元儉 Yuanjian) เป็นชาวตำบลจงหลู เมืองซงหยง (เซียงหยาง) เดิมชื่อเลียวฉุน* (เลี่ยวฉุน 廖淳 Liao Chun) ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นเลียวฮัว เป็นขุนพลของจ๊กก๊ก (สู่ฮั่น) ใช้ทวนเป็นอาวุธ

เลียวฮัวเดิมเป็นสมาชิกของกลุ่มกบฏโจรโพกผ้าเหลืองที่ยังเหลือรอดหลังกลุ่มกบฏถูกกองทัพหลวงของราชวงศ์ฮั่นปราบปราม และเป็นเพื่อนสนิทของเตาอวน (ตู้หย่วน) ที่เป็นสมาชิกของกลุ่มกบฏโจรโพกผ้าเหลืองด้วยกัน เลียวฮัวเป็นนายโจรซ่องสุมพรรคพวกได้ห้าร้อยคนอยู่ที่เขาลูกหนึ่งไม่ไกลจากเมืองฮูโต๋ (สวี่ตู) คอยปล้นผู้ผ่านทางบริเวณเขาลูกนั้น

ในปี ค.ศ. 200 เมื่อกวนอู (กวนอวี่) ที่อยู่รับราชการกับโจโฉ (เฉาเชา) ได้ทราบข่าวว่าเล่าปี่ (หลิวเป้ย) พี่ร่วมสาบานอยู่กับอ้วนเสี้ยว (หยวนเซ่า) ที่เมืองกิจิ๋ว (จี้โจว) จึงพาพี่สะใภ้คือนางกำฮูหยิน (กานฟูเหริน) และนางบิฮูหยิน (หมีฟูเหริน) ภรรยาทั้งสองของเล่าปี่ พร้อมด้วยผู้ติดตามรวมยี่สิบกว่าคนเดินทางออกจากเมืองฮูโต๋ โจโฉทราบความจึงนำทหารจำนวนหนึ่งเดินทางตามไปส่งกวนอู กวนอูเห็นดังนั้นจึงให้คณะผู้ติดตามคุ้มครองรถของพี่สะใภ้เดินทางล่วงหน้าไปก่อน ส่วนตัวกวนอูหยุดรอพบกับโจโฉ คณะผู้ติดตามของกวนอูคุมรถของฮูหยินทั้งสองของเล่าปี่เดินทางไปได้ไม่นานก็ผ่านมาทางเขาที่เลียวฮัวและเตาอวนซ่องสุมพรรคพวกอยู่ เตาอวนเห็นดังนั้นจึงคุมพรรคพวกลงจากเขาเข้าปล้นคณะเดินทางแล้วลักพาตัวฮูหยินทั้งสองขึ้นไปบนเขา จากนั้นเตาอวนไปพบกับเลียวฮัวบอกว่าจะแบ่งฮูหยินคนหนึ่งให้เลียวฮัว ส่วนอีกคนตนจะเอาไว้เอง เลียวฮัวสงสัยจึงถามผู้ติดตามของกวนอูคนหนึ่งว่าหญิงสองคนนี้เป็นภรรยาผู้ใด เมื่อทราบว่าเป็นภรรยาของเล่าปี่และกวนอูให้ความคุ้มครองอยู่  เลียวฮัวจึงปฏิบัติต่อฮูหยินทั้งสองของเล่าปี่ด้วยความเคารพ และจะนำฮูหยินทั้งสองพาลงเขากลับไปคืนให้กวนอู แต่เตาอวนไม่ยินยอม  เลียวฮัวจึงสังหารเตาอวนแล้วตัดศีรษะผูกคอม้ามามอบให้กวนอูที่กำลังตามหาฮูหยินทั้งสองที่หายตัวไปและเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้กวนอูฟัง พร้อมทั้งให้พรรคพวกร้อยกว่าคนคุมรถของฮูหยินทั้งสองมาส่งคืนแก่กวนอู เลียวฮัวยังได้ขอติดตามอารักขากวนอูเดินทางไปด้วย แต่กวนอูเห็นว่าเลียวฮัวเป็นโจรโพกผ้าเหลืองยังไม่ไว้วางใจ จึงได้แต่ขอบคุณที่เลียวฮัวช่วยเหลือพี่สะใภ้ แต่ปฏิเสธไม่ให้เลียวฮัวเป็นผู้ติดตาม เลียวฮัวจะนำเงินทองมามอบให้กวนอู กวนอูก็ไม่รับ เลียวฮัวจึงลากวนอูพาพรรคพวกกลับไปบนภูเขา ส่วนกวนอูก็พาคณะเดินทางต่อไป

หลายปีต่อมา เลียวหัวได้เข้ารับราชการกับเล่าปี่ที่อยู่ที่เมืองเกงจิ๋ว (จิงโจว) โดยเป็นขุนพลในสังกัดของกวนอู ต่อมาเล่าปี่นำทัพไปตีเสฉวน (ซื่อชวน) โดยให้ขงเบ้ง (ข่งหมิง) ที่ปรึกษารักษาเกงจิ๋ว  หลังจากนั้นขงเบ้งได้นำทัพไปสมทบกับเล่าปี่โดยให้กวนอูอยู่รักษาเกงจิ๋ว เลียวฮัวเป็นหนึ่งในนายทหารที่ช่วยเหลือกวนอูรักษาเกงจิ๋ว

ในปี ค.ศ. 219 กวนอูนำทัพจากเกงจิ๋วไปตีเมืองอ้วนเสียหรือฮวนเสีย (ฝานเฉิง) ที่มีโจหยิน (เฉาเหริน) ขุนพลของโจโฉเป็นผู้รักษาเมือง โดยกวนอูตั้งให้เลียวฮัวเป็นแม่ทัพหน้า เมื่อโจหยินยกทัพมาตั้งรับ กวนอูให้เลียวฮัวและกวนเป๋ง (กวนผิง) ออกรบ เลียวฮัวเข้ารบกับเต๊กหงวน (จ๋ายหยวน) รองขุนพลในทัพโจหยิน สู้ได้ไม่กี่เพลงก็แสร้งทำเป็นแพ้ถอยหนีไปตั้งค่ายห่างออกไปยี่สิบลี้ รุ่งเช้าเลียวฮัวกับกวนเป๋งก็ออกรบกับโจหยินแล้วแสร้งทำเป็นแพ้ถอยหนีไปอีก โจหยินไล่ตามตีไปได้ยี่สิบลี้ พลันมีทหารของกวนอูเข้าตีกระหนาบหลัง เลียวฮัวกับกวนเป๋งก็หันกลับมาตีทัพโจหยินจนแตกพ่าย โจหยินหนีกลับไปเมืองอ้วนเสียได้ ส่วนเต๊กหงวนถูกกวนเป๋งสังหาร

ต่อมาซิหลง (สวีห่วง) ยกมาช่วยโจหยินสลายวงล้อมของกวนอูที่เมืองอ้วนเสีย ขณะนั้นเลียวฮัวตั้งค่ายอยู่ที่ตำบลซูทง (ซื่อจ่ง) กวนเป๋งตั้งค่ายอยู่ที่เมืองเอียนเสีย (เอี่ยนเฉิง) ตั้งค่ายต่อเนื่องกันสิบสองค่าย ซิหลงใช้กลล่อให้กวนเป๋งออกห่างเมืองเอียนเสียแล้วจึงจุดไฟเผาเมือง กวนเป๋งจึงหนีไปค่ายของเลียวฮัวที่ตำบลซูตง ต่อมาซิหลงเข้าตีค่ายแรกฝ่ายเหนือ เลียวฮัวให้ทหารส่วนหนึ่งรักษาค่ายที่ตำบลซูตง แล้วนำทหารฝีมือดีไปช่วยค่ายฝ่ายเหนือพร้อมกับกวนเป๋ง เลียวฮัวและกวนเป๋งยกมาเห็นค่ายของซิหลงตั้งอยู่บนเขาน้อย เห็นว่าตั้งค่ายผิดหลักพิชัยยุทธ์จึงปรึกษากันจะเข้าปล้นค่าย โดยกวนเป๋งนำทหารครึ่งหนึ่งไปปล้นค่าย ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเลียวฮัวอยู่รักษาค่ายของตน กวนเป๋งยกไปปล้นค่ายถูกซิหลงซ้อนกลตีแตกพ่าย กวนเป๋งต้องหนีกลับมายังค่ายที่เลียวฮัวอยู่รักษา ทหารของซิหลงเข้าล้อมค่ายไว้ เลียวฮัวและกวนเป๋งเห็นจะรักษาค่ายฝ่ายเหนือไว้ไม่ได้จึงทิ้งค่ายหนีไปค่ายที่ตำบลซูตง แต่ค่ายถูกซิหลงยึดไปแล้ว เลียวฮัวและกวนเป๋งจึงหนีกลับมาทางใหญ่ไปค่ายของกวนอูที่ล้อมอ้วนเสียก็พบซิหลงมาสกัดทางไว้ เลียวฮัวและกวนเป๋งตีฝ่าออกไปยังค่ายกวนอูไว้แล้วรายงานความพ่ายแพ้ให้กวนอูทราบ

ต่อมากวนอูถูกซิหลงตีแตกพ่าย ประกอบกับมีข่าวมาว่าลิบอง (หลี่ว์เหมิง) แม่ทัพของซุนกวน (ซุนเฉวียน) เข้ายึดเกงจิ๋วได้ กวนอูจึงยกทัพจะไปตีเกงจิ๋วคืน ให้เลียวฮัวและกวนเป๋งคุมกองหลัง กวนอูเสียทีทหารซุนกวนถูกล้อมไว้ ทหารกวนอูไม่มีใจสู้รบพากันหนีทัพกลับไปหาครอบครัวที่เกงจิ๋วจนเหลือทหารพียงสามร้อยกว่าคน เลียวฮัวและกวนเป๋งฝ่าวงล้อมมาช่วยกวนอูไว้ได้พากันหนีมาตั้งมั่นที่เมืองเป๊กเสีย (ไม่เฉิง) ทหารซุนกวนเข้าล้อมเมืองไว้ เลียวฮัวอาสาฝ่าวงล้อมไปยังเมืองซงหยง (ซ่างยง) เข้าขอความช่วยเหลือจากเล่าฮอง (หลิวเฟิง) และเบ้งตัด (เมิ่งต๋า) ที่อยู่รักษาเมืองซงหยงให้ยกทัพมาช่วยกวนอู (เมืองซงหยงหรือซ่างยงในที่นี้เป็นคนละเมืองกับเมืองเซียงหยาง ซึ่งสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) เรียกว่า “ซงหยง” เช่นกัน หนังสือเกี่ยวกับสามก๊กบางฉบับจึงแปลชื่อเมืองซ่างยงว่า “ส้างหยง” เพื่อไม่ให้สับสน) แต่เล่าฮองและเบ้งตัดปฏิเสธที่จะยกทัพไปช่วยเหลือ อ้างว่าการภายในเมืองซงหยงยังไม่เรียบร้อยดีเนื่องจากเพิ่งยึดได้ใหม่ แล้วว่าการจะยกทัพไปช่วยก็เหมือนเอาน้ำน้อยไปราดไฟไม่อาจช่วยเหลืออะไรได้ เลียวฮัวโขกศีรษะกับพื้นจนเลือดไหล ร้องไห้พยายามอ้อนวอนเล่าฮองและเบ้งตัดแต่ไม่เป็นผล เลียวฮัวจึงขึ้นม้าพลางด่าเล่าฮองกับเบ้งตัดเป็นข้อหยาบช้า แล้วมุ่งหน้าไปเมืองเซงโต๋ (เฉิงตู) ในเสฉวนเพื่อขอให้เล่าปี่ยกมาช่วยแต่ไม่ทันกาล ในที่สุดกวนอูก็ถูกซุนกวนจับตัวได้แล้วถูกประหารชีวิต เลียวฮัวแจ้งกับเล่าปี่ว่าที่กวนอูตายเพราะเล่าฮองและเบ้งตัดไม่ยกมาช่วย ควรประหารชีวิตสองคนนี้เสีย เบ้งตัดรู้ว่าเล่าปี่จะกำจัดตนจึงหนีไปสวามิภักดิ์กับวุยก๊ก (เฉาเว่ย) เล่าปี่มีคำสั่งให้เล่าฮองยกไปตัวเบ้งตัดแต่ไม่สำเร็จจึงถูกเล่าปี่สั่งประหาร

ในปี ค.ศ. 228 ในรัชสมัยพระเจ้าเล่าเสี้ยน (หลิวซ่าน) โอรสของพระเจ้าเล่าปี่ ขงเบ้งเริ่มนำทัพบุกวุยก๊ก เลียวฮัวเป็นหนึ่งในขุนพลที่ได้ติดตามไปร่วมออกศึก ในการบุกวุยก๊กครั้งที่สอง ขงเบ้งนำทัพเข้าตีด่านที่ตำบลตันฉอง (เฉินชาง) ที่มีเฮ็กเจียว (เห่าเจา) รักษาด่านอยู่ ขงเบ้งพยายามเข้าตีหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ ครั้งหนึ่งได้ให้เลียวฮัวนำทหารสามพันนายแอบขุดอุโมงค์เข้าไปในด่านในตอนกลางคืน เฮ็กเจียวทำการป้องกันโดยการขุดคูสกัดไว้ ต่อมาขุนพลฝ่ายวุยก๊กชื่ออองสง (หวางซวง) ยกทัพมาช่วยเฮ็กเจียว ขงเบ้งให้เลียวฮัว อองเป๋ง (หวางผิง) และเตียวหงี (จางอี๋) ไปรบกับอองสง เตียวหงีรบกับอองสงเสียทีได้รับบาดเจ็บ เลียวฮัวและอองเป๋งเข้าไปช่วยเตียวหงีกลับมาได้

ในปี ค.ศ. 229 ขงเบ้งนำทัพบุกวุยก๊กเป็นครั้งที่สาม ขงเบ้งวางอุบายล่อทัพวุยก๊กที่นำโดยสุมาอี้ (ซือหม่าอี้) ให้ตามตี ขงเบ้งเขียนแผนใส่ถุงแพรมอบให้เลียวฮัวและเกียงอุย (เจียงเหวย) แล้วสั่งให้ทั้งสองนำทหารสามพันนายไปซุ่มอยู่บนเขา หากเห็นทหารวุยก๊กล้อมทัพของอองเป๋งและเตียวเอ๊ก (จางอี้) ให้เปิดถุงแพรออกอ่านแผนแล้วปฏิบัติตาม เมื่อเลียวฮัวและเกียงอุยเห็นทัพวุยก๊กกำลังล้อมทัพของอองเป๋งและเตียวเอ๊กกำลังคับขัน จึงเปิดถุงแพรออกอ่านได้ความว่าให้แบ่งทหารเป็นสองกองแล้วเข้าตีค่ายของสุมาอี้ สุมาอี้ก็จะถอนทัพกลับไป แม้ไม่ได้ค่ายของสุมาอี้ก็ยังถือว่าได้ชัยชนะ เลียวฮัวและเกียงอุยจึงเข้าตีค่ายของสุมาอี้ สุมาอี้ได้ข่าวรีบถอยทัพจึงถูกทหารจ๊กก๊กตามตีแตกพ่าย เลียวฮัวและเกียงอุยรู้ว่าสุมาอี้แตกพ่ายกลับมาค่ายจึงรีบถอนกำลังกลับไป

ในปี ค.ศ. 230 โจจิ๋น (เฉาเจิน) และสุมาอี้ยกมารบกับจ๊กก๊กแต่เกิดฝนตกหนักจึงต้องถอยทัพกลับ ขงเบ้งยกทหารเข้าตามตีโดยให้เลียวฮัวและกวนหิน (กวนซิ่ง) คุมกองหน้า โจจิ๋นตั้งค่ายอยู่ที่หุบเขาเสียดก๊ก (เสียกู่) ได้ให้จิ๋นเหลียง (ฉินเหลียง) ลาดตระเวนกันไม่ให้ทหารจ๊กก๊กล่วงเข้ามา จิ๋นเหลียงถูกกลของขงเบ้งลวงให้ตามแล้วถูกล้อมหน้าหลังในช่องเขาไม่มีทางหนี ทหารของจิ๋นเหลียงส่วนใหญ่ยอมจำนน จิ๋นเหลียงพยายามสู้ตาย เลียวฮัวเข้าฟันจิ๋นเหลียงตกม้าตาย ขงเบ้งให้ทหารจ๊กก๊กห้าพันนายปลอมตัวเป็นทหารวุยก๊กโดยนำเสื้อเกราะของทหารจิ๋นเหลียงมาใส่ แล้วให้เลียวฮัวพร้อมด้วยกวนหิน งอปั้น (อู๋ปาน) และงออี้ (อู๋อี้) นำทหารเหล่านั้นไปยังค่ายของโจจิ๋น โจจิ๋นเข้าใจว่าเป็นทหารของจิ๋นเหลียงจึงนำทหารออกมารับที่นอกค่าย เลียวฮัวและอีกสามขุนพล จึงประสานกำลังกับม้าต้าย (หม่าไต้)  ม้าตง (หม่าจง) อองเป๋ง และเตียวเอ๊กที่ยกมาในอีกสองทางเข้าตีค่ายของโจจิ๋น โจจิ๋นแตกพ่ายหนีไป

ในปี ค.ศ. 234 ขงเบ้งนำทัพบุกวุยก๊กเป็นครั้งที่หก สุมาอี้นำทัพมาตั้งรับให้ตั้งค่ายริมแม่น้ำอุยโห (เว่ยเหอ) ขงเบ้งวางแผนเข้าตีค่ายของสุมาอี้ แบ่งหน้าที่ให้ขุนพลทั้งหลายไปกระทำการโดยตั้งเลียวฮัวให้คุมทัพหลังร่วมกับเตียวเอ๊ก แต่แผนการตีค่ายล้มเหลวจึงถอยกลับมา ต่อมาขงเบ้งประดิษฐ์โคยนตร์เพื่อแก้ปัญหาการขนส่งเสบียง และจงใจให้สุมาอี้ลักโคยนตร์เพื่อนำไปเป็นแบบสร้างลอกเลียนโคยนตร์ของขงเบ้ง แล้วขงเบ้งก็ให้ทหารเข้าชิงโคยนตร์จากกองลำเลียงของสุมาอี้ที่กำลังขนส่งเสบียง กุยห้วย (กัวหวย) ขุนศึกวุยก๊กพยายามชิงเอาโคยนตร์คืนแต่เสียทีให้อุบายของขงเบ้ง สุมาอี้ได้ข่าวจึงรีบยกไปช่วยกุยห้วย เลียวฮัวและเตียวเอ๊กได้นำทหารห้าพันนายมาสกัดทางไปของสุมาอี้ตามคำสั่งของขงเบ้งแล้วเข้าตีกระหนาบจนแตกพ่าย ตัวสุมาอี้ขี่ม้าหนีเข้าไปในป่าทึบแต่ผู้เดียว เลียวฮัวขับม้าไล่ตามไปจวนจะถึงตัวสุมาอี้ สุมาอี้หนีอ้อมต้นไม้ เลียวฮัวเอาดาบฟันจะทำร้ายสุมาอี้แต่ไปถูกต้นไม้แทน สุมาอี้ฉวยโอกาสที่เลียวฮัวกำลังดึงดาบจากต้นไม้รีบหนีไปทางทิศตะวันตก แต่ก็ทิ้งหมวกทองไว้ทางทิศตะวันออกเพื่อลวงเลียวฮัว เลียวฮัวดึงดาบออกได้แล้วก็รีบตามสุมาอี้ต่อไปแต่ไม่ทัน เห็นแต่หมวกเกราะของสุมาอี้ตกอยู่จึงออกตามไปทางทิศตะวันออกแต่ไม่พบร่องรอยจึงนำหมวกทองของสุมาอี้กลับมามอบให้ขงเบ้ง

ในปี ค.ศ. 247 เกียงอุยยกทัพบุกวุยก๊กเป็นครั้งที่สองเพื่อสานต่อภารกิจของขงเบ้งที่เสียชีวิตไปแล้ว ตั้งให้เลียวฮัวและเตียวเอ๊กเป็นแม่ทัพหน้า ทัพวุยก๊กมีชิจิด (สวีจื้อ) เป็นแม่ทัพหน้า เข้าปะทะกับทัพจ๊กก๊กที่เมืองตองเต๋ง (ต่งถิง) ชิจิดถือขวานเข้ารบกับเลียวฮัว สู้ได้ไม่กี่เพลง เลียวฮัวเห็นว่าสู้ไม่ได้จึงถอยหนี ชิจิดเข้าตีจนทัพจ๊กก๊กต้องถอยร่น เกียงอุยเห็นชิจิดมีฝีมือเข้มแข็งจึงวางแผนจะกำจัดชิจิด โดยล่อให้ชิจิดมาตีกองลำเลียงเสบียงหลังเขาเทียดลองสัน (เถี่ยหลงซาน) แล้วให้เลียวฮัวและเตียวเอ๊กที่ซุ่มอยู่ตามทางเข้าตีกระหนาบ ชิจิดควบม้าหนีมาได้ไปเจอกับเกียงอุยคุมทหารสกัดทางอยู่แล้วถูกเกียงอุยฆ่าตาย

ในปี ค.ศ. 258 เกียงอุยยกทัพบุกวุยก๊กเป็นครั้งที่หก ตั้งให้เลียวฮัวและเตียวเอ๊กเป็นแม่ทัพหน้า ปะทะกับทัพวุยก๊กที่นำโดยเตงงาย (เติ้งอ้าย) ที่เขากิสาน (ฉีซาน) เตงงายวางแผนให้สุมาปอง (ซือหม่าว่าง) ไปประลองค่ายกลพยุหะกับเกียงอุย ส่วนตัวเตงงายและเตงหลุน (เจิ้งหลุน) ลอบยกไปปล้นค่ายของเกียงอุย เกียงอุยรู้ทันกลของเตงงายจึงให้เลียวฮัวและเตียวเอ๊กนำทหารหนึ่งหมื่นนายไปซุ่มอยู่หลังเขา เมื่อเตงงายและเตงหลุนยกมา เลียวฮัวยกออกมาสกัดแล้วเข้ารบกับเตงหลุน เลียวฮัวฟันเตงหลุนตกม้าตาย เตงงายก็แตกหนีกลับไป ต่อมาพระเจ้าเล่าเสี้ยนหลงคำของขันทีฮุยโฮ (หวงเฮ่า) เรียกตัวเกียงอุยกลับเสฉวน เกียงอุยจึงถอยทัพกลับ ให้เลียวฮัวและเตียวเอ๊กคุมกองหลังคอยระวังทหารวุยก๊กที่อาจเข้าตามตี

ในปี ค.ศ. 260 เกียงอุยยกทัพบุกวุยก๊กเป็นครั้งที่เจ็ด ตั้งให้เลียวฮัวและเตียวเอ๊กเป็นแม่ทัพหน้า และให้เลียวฮัวยกไปทางหุบเขาจูงอก๊ก (จื่ออู๋กู่) เตียวเอ๊กยกไปทางหุบเขาล่อก๊ก (ลั่วกู่) ตัวเกียงอุยยกไปทางหุบเขาเสียดก๊ก สามทัพไปบรรจบกันที่เขากิสาน เกียงอุยทำศึกมีชัยต่อเตงงายแต่ขาดแคลนเสบียงจึงยกกลับมาตั้งที่เมืองฮันต๋ง (ฮั่นจง) ต่อมาก็คิดจะยกทัพบุกวุยก๊กอีกจึงปรึกษากับเลียวฮัว เลียวฮัวไม่เห็นด้วยที่จะทำศึกอีกเพราะทำศึกติดต่อกันหลายปีแล้ว ราษฎรไม่เป็นสุข อีกทั้งเตงงายก็มีสติปัญญารบด้วยได้ยาก เกียงอุยยังยืนยันจะออกรบอีก จึงให้เลียวฮัวรักษาเมืองฮันต๋ง เกียงอุยไปออกรบได้ชัยเตงงายแล้วล้อมค่ายเตงงายไว้ แต่พระเจ้าเล่าเสี้ยนหลงคำของขันทีฮุยโฮเรียกตัวเกียงอุยกลับเสฉวนอีก

ในปี ค.ศ. 263 กองทัพวุยก๊กนำโดยจงโฮย (จงหุ้ย) และเตงงายยกทัพบุกจ๊กก๊ก เกียงอุยซึ่งตั้งทัพอยู่ที่ตำบลท่าจง แดนเมืองหลงเส (หล่งซี) เขียนฎีกาส่งไปถวายพระเจ้าเล่าเสี้ยนขอให้ตั้งเลียวฮัวไปรักษาสะพานอิมเป๋งเกี๋ยว (อินผิงเฉียว) ให้ตั้งเตียวเอ๊กไปรักษาด่านเองเปงก๋วนหรือแฮเบงก๋วน (หยางผิงกวน) ซึ่งเป็นสองจุดยุทธศาสตร์สำคัญของเมืองฮันต๋ง แต่พระเจ้าเล่าเสี้ยนกลับไปหลงเชื่อคำของคนทรงว่าบ้านเมืองจ๊กก๊กร่มเย็นเป็นสุขแล้วนานไปวุยก๊กก็ตกเป็นของจ๊กก๊ก พระเจ้าเล่าเสี้ยนจึงไม่ทำตามฎีกาของเกียงอุย

ฝ่ายเกียงอุยได้ข่าวว่าทัพวุยก๊กยกเข้ามาใกล้จึงเขียนหนังสือให้ทหารส่งไปถึงเลียวฮัว เตียวเอ๊ก และตังขวด (ต่งเจวี๋ย) ให้ยกทัพมาช่วย ต่อมาเกียงอุยได้ข่าวว่าจงโฮยยึดได้เมืองฮันต๋งแล้ว เกียงอุยคิดจะไปตีเอาเมืองฮันต๋งคืนจึงยกไปรักษาด่านเกียมก๊กหรือเกียมโก๊ะ (เจี้ยนเก๋อ) ระหว่างทางพบกับเลียวฮัวและเตียวเอ๊กที่ยกมาช่วย จึงพากันยกไปรักษาด่านเกียมก๊กซึ่งมีตังขวดอยู่รักษา

ต่อมาไม่นานพระเจ้าเล่าเสี้ยนก็ยอมจำนนต่อวุยก๊ก เกียงอุยวางแผนกอบกู้จ๊กก๊ก โดยเดินทางไปยังค่ายของจงโฮยพร้อมด้วยเลียวฮัว เตียวเอ๊ก และตังขวดเพื่อขอยอมจำนน จากนั้นเกียงอุยจึงยุยงให้จงโฮยตั้งตัวเป็นใหญ่ในเสฉวนไม่ขึ้นกับวุยก๊ก แต่สุดท้ายการก็ไม่สำเร็จ ทั้งเกียงอุยและจงโฮยเสียชีวิต เมื่อจ๊กก๊กล่มสลายผนวกเข้ากับวุยก๊ก พระเจ้าเล่าเสี้ยนและขุนนางจ๊กก๊กต่างถูกพาไปยังเมืองลกเอี๋ยง (ลั่วหยาง) เมืองหลวงของวุยก๊ก แต่เลียวฮัวอ้างว่าป่วยไม่ได้ติดตามไปด้วย ไม่นานก็ตรอมใจเสียชีวิต

ตามข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ไม่มีการระบุว่าเลียวฮัวเคยเป็นโจรโพกผ้าเหลืองมาก่อนจะเข้ารับราชการกับเล่าปี่ นอกจากนี้ในจดหมายเหตุสามก๊กได้ระบุว่าหลังกวนอูถูกซุนกวนจับตัวได้แล้วประหาร เลียวฮัวถูกจับเป็นเชลยศึกของซุนกวน แต่ต่อมาเลียวฮัวแกล้งตายแล้วหนีกลับไปเสฉวนได้  เลียวฮัวไม่ได้ฝ่าทหารซุนกวนที่เมืองเป๊กเสียไปขอความช่วยเหลือจากเล่าฮองและเบ้งตัดที่เมืองซงหยง และเกี่ยวกับบั้นปลายชีวิตของเลียวฮัวนั้น จดหมายเหตุสามก๊กระบุว่าเลียวฮัวถูกพาตัวไปยังเมืองลกเอี๋ยงพร้อมกับขุนนางจ๊กก๊กคนอื่นๆ แต่ป่วยตายระหว่างทาง

แสดงความคิดเห็นผ่าน Facebook

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Rating*