อ่านสามก๊กแบบเซียน

อ่านสามก๊กแบบเซียน อ่านวรรณกรรม “สามก๊ก” ที่เข้าใจยากให้เป็นเรื่องง่าย พร้อมนำไปใช้ประโยชน์ในการเรียน- การทำงานตั้งแต่ลูกน้องถึงนักบริหารชั้นยอดขององค์กร เริ่มตั้งแต่ฉบับการ์ตูน เหมาะทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เพราะอ่านง่าย สนุก และมีสีสัน

จากนั้นค่อยพัฒนาอ่านสามก๊ก ตามลำดับขั้น ก่อนจบลงที่ “สามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน)” ถือเป็นต้นฉบับสามก๊กของไทยที่มีคุณค่ายิ่ง ส่วนผู้ที่ทำธุรกิจไม่ควรพลาดสามก๊ก 3 เล่ม เทียบตำราบริหารจัดการชั้นยอด!

“สามก๊ก” แม้จะเป็นวรรณกรรมที่ได้ชื่อว่าเป็น “วรรณกรรมเพชรน้ำเอกของโลก” และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์จีนที่สมควรศึกษาหาความรู้ยิ่ง ถึงแม้จะมีผู้กล่าวไว้ว่า “ใครอ่านสามก๊ก 3 รอบคบไม่ได้” แต่ในโลกความจริงกลับพบว่า การอ่านสามก๊กให้จบสักเล่มกลับเป็นเรื่องไม่ง่ายนัก!

เมธา เจริญธนาวัฒน์ ผู้ก่อตั้ง และเว็บมาสเตอร์ www.Thaisamkok.com ซึ่งมีคนเข้าดูปีละประมาณ 8 -9 แสนคน กล่าวว่า ตัวเองนั้นมีความชอบวรรณกรรมเรื่องสามก๊กอย่างมาก และได้อ่านสามก๊กตั้งแต่อายุ 9 ขวบจากคำแนะนำของคุณพ่อ จึงได้จัดทำเวปไทยสามก๊กดอทคอมขึ้นมา ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2548 เพื่อรวบรวมความรู้ด้านสามก๊กไว้เกือบทุกด้าน และได้รวบรวมหนังสือเกี่ยวกับสามก๊กในประเทศไทยทั้งหมดไว้ด้วย

ปัจจุบันประเทศไทยมีหนังสือสามก๊กหลากหลายรูปแบบมาก ซึ่งผู้อ่านสามารถเลือกอ่านได้จากความชอบ และความต้องการใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ที่แตกต่างกันไปทั้งสามารถนำไปใช้ในการเรียน ในการทำงาน ในผู้ที่อยากทำธุรกิจ และผู้ที่สนใจทำงานด้านการเมือง

ฉบับการ์ตูนเข้าใจง่ายเหมาะเริ่มต้น

สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นอ่านสามก๊ก และยังไม่ทราบว่าจะเลือกอ่านเรื่องสามก๊กจากหนังสือเล่มไหนดีเมธา ได้แนะนำว่าให้อ่านเล่มที่ทำความเข้าใจได้ไม่ยากนักก่อน เนื่องจากหากเลือกเล่มที่มีข้อมูล และรายละเอียดทางประวัติศาสตร์ครบถ้วน ก็อาจทำความเข้าใจได้ยาก และอาจทำให้อ่านได้ไม่จบเล่ม ที่สำคัญอาจเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ไม่อยากอ่านหนังสือสามก๊กอีกเลยได้ จึงได้จัดระดับคร่าวๆ ของหนังสือสามก๊กในไทยดังนี้

ระดับแรก สำหรับเด็ก และผู้ใหญ่ที่เพิ่งหัดอ่านสามก๊ก ควรอ่านสามก๊กฉบับการ์ตูน ซึ่งได้รับความนิยมมากในเวลานี้คือ สามก๊กฉบับการ์ตูน ของสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ หนังสือเล่มนี้มีจุดเด่นคือมีภาพน่ารักๆประกอบเรื่อง มีเนื้อหาไม่โหดร้ายของสงคราม มีบทละครที่แทรกมุกขำขันไว้ อีกทั้งมีการฉายให้เห็นภาพวัยเด็กของตัวละคร ก็จะยิ่งทำให้ เด็กหรือคนที่เริ่มเรียนรู้เรื่องสามก๊ก มีความเข้าใจในลักษณะนิสัยของตัวละคร และพัฒนาไปอ่านหนังสือสามก๊กฉบับอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น ซึ่งสามก๊กฉบับการ์ตูนยังมีของสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจที่ทำออกมาวางจำหน่าย ด้วย

นอกจากนี้สามารถเลือกอ่าน สามก๊กฉบับวณิพกของยาขอบ และ สามก๊กฉบับคนเดินดินของเล่าชวนหัว เป็นเล่มถัดมา

สามก๊กฉบับวณิพกของยาขอบ เป็นหนังสือแปลสามก๊กจากฉบับภาษาอังกฤษของบริวิต เทเลอร์ มีลักษณะเป็นการเล่าใหม่ตามแบบฉบับของตนเอง มีจุดเด่นคือเป็นหนังสือที่สั้น มีการใช้ภาษาที่โดดเด่นเพราะมีการใช้คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษในการแปลชื่อต่างๆ สลับกับภาษาไทย อีกทั้งยังมีการลงบทกลอนภาษาอังกฤษประกอบเรื่องต่างๆ และมีคำแปลให้เบ็ดเสร็จ ถือว่าเป็นฉบับที่ให้ความรู้มาก

ส่วนสามก๊กฉบับคนเดินดินของเล่าชวนหัว มีเนื้อหาที่ไม่ยาวนักเหมือนกับฉบับวณิพก แต่จุดเด่นของเล่าชวนหัว คือมีการวิเคราะห์ที่แตกต่างจากฉบับอื่นๆ โดยสิ้นเชิง เนื่องจากเนื้อหาส่วนใหญ่ออกมาในทางแสดงภาพโจโฉเป็นตัวเอก ขณะที่เล่มอื่นๆ จะให้โจโฉมีภาพแสนร้ายกาจ สามก๊กฉบับคนเดินดินนั้น แม้จะมีการชื่นชมโจโฉมาก แต่ก็ไม่ได้เป็นการชมแบบลอยๆ ทุกอย่างมีเหตุผลเชิงประวัติศาสตร์มารองรับ

สามก๊กฉบับนายทุนเชื่อมเกี่ยวประวัติศาสตร์ไทย

สำหรับผู้ที่เริ่มอ่านหนังสือสามก๊กมาระดับหนึ่งแล้ว ในระดับกลาง ๆ จะสามารถอ่านสามก๊กในเวอร์ชั่นต่างๆ ได้เกือบทั้งหมด แต่ที่อยากแนะนำให้เริ่มจาก สามก๊กฉบับนายทุน ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ปราโมทย์ หนังสือแบ่งออกเป็น 2 เล่มคือ ตอนโจโฉ นายกฯ ตลอดกาล และตอนเบ้กเฮ็ก ผู้ถูกกลืนทั้งเป็น

จุดเด่นของสามก๊กฉบับนายทุน อยู่ที่เนื้อหาไม่ยาวนัก ภาษาอ่านง่าย และมีความน่าสนใจเชิงประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะตอนเบ้งเฮ็ก ผู้ถูกกลืนทั้งเป็น ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ได้กล่าวถึงเบ้งเฮ็กว่าอาจจะเป็นบรรพบุรุษของคนไทอพยพ ที่มาสร้างเมืองเป็นประเทศไทยในปัจจุบัน หนังสือของม.ร.ว.คึกฤทธิ์ นอกจากภาษาสวยงามแล้วยังมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ไทยอย่างยิ่งด้วย

ดังนั้นในระดับกลางสามารถเลือกอ่าน หนังสือ พิชัยสงครามสามก๊ก ของ สังข์ พัธโนทัย ได้ด้วย โดยหนังสือพิชัยสงครามสามก๊ก มีจุดเด่นอยู่ที่มาของหนังสือ ซึ่งเกิดในสมัยที่ผู้เขียนได้ไปบุกเบิกความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีน และภายหลังถูกพิษการเมืองต้องเข้าไปอยู่ในคุก จึงฆ่าเวลาด้วยการแปลและเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา และข้อได้เปรียบอีกอย่างหนึ่งคือ ขณะนั้นมีชาวจีนที่มีความรู้ความสามารถได้เข้ามาอยู่ในคุกด้วย หนังสือเล่มนี้จึงมีเรื่องราวสามก๊กที่รายละเอียดค่อนข้างครบถ้วน

 “ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน)”ต้นฉบับสามก๊กไทย

เมธา เจริญธนาวัฒน์ ย้ำว่าเมื่อผู้อ่านเริ่มสะสมข้อมูลเรื่องสามก๊กอยู่ระดับที่พอเข้าใจเรื่อง ราวทั้งหมดแล้ว ก็ควรเลือกอ่าน สามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) เป็นเล่าถัดไป

“ใครไม่เคยอ่านหนังสือเล่มนี้ ก็กล่าวได้ว่ายังเข้าไม่ถึงสามก๊กเท่าไรนัก”

สำหรับสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) แปลขึ้นโดยใช้ต้นฉบับของหลอกว้านจง ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ที่ทรงมีพระราชดำริให้แปลเพื่อให้คนไทยได้ใช้ศึกษาเป็นตำราพิชัยสงคราม มีการตีพิมพ์เป็นหนังสือครั้งแรกตั้งแต่ปี พ.ศ.2408 และได้รับความนิยมอย่างมากจนถึงปัจจุบัน

อย่างไรก็ดี หนังสือเล่มนี้ได้ชื่อว่าอ่านยากที่สุดเล่มหนึ่งของหนังสือสามก๊กทั้งหมด หากเริ่มต้นจึงไม่ควรอ่านหนังสือเล่มนี้ก่อน เพราะอาจทำให้ท้อ และปฏิเสธที่จะอ่านสามก๊กทั้งที่สามก๊กเป็นหนังสือที่ทรงคุณค่าในด้านต่าง ๆซึ่งขึ้นอยู่กับผู้อ่านจะเลือกใช้ประโยชน์ได้

ตำราบริหารธุรกิจชั้นยอด

ลำดับถัดมาหลังจากอ่านสามก๊กที่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องเข้าใจดีแล้ว และอยากนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะหากผู้สนใจทำธุรกิจ จะมีสามก๊กที่มีการวิเคราะห์จากผู้ประสบความสำเร็จในธุรกิจไทยซึ่งน่าสนใจ มาก โดยเฉพาะสามก๊ก 3 เล่มนี้

เล่มแรกคือ “CEO ในสามก๊ก” ของ เปี่ยมศักดิ์ คุณากรประทีป มีการนำตัวละครที่มีลักษณะเป็น CEO ของแต่ละก๊กมาเล่าถึงจุดเด่น การบริหารจัดการที่ทำให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งมีประโยชน์สำหรับผู้ที่ต้องการนำไปใช้ในการทำธุรกิจอย่างมาก

ดังนั้นตัวละครสำคัญของเล่มนี้จึงเน้นไปที่ ขงเบ้ง,ซุนฮก,กาเซี่ยง,และลกซุน ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเจ้าแคว้นทั้ง 3 เป็นหลัก ภายหลัง เปี่ยมศักดิ์ ได้เขียนหนังสือขึ้นมาอีก2เล่มชื่อ “บริหาร SMES ด้วยกลยุทธ์สามก๊ก” และ“สามก๊กสร้างเถ้าแก่ใหม่ ตอนยอดกลยุทธ์พลิกวิกฤตสูความสำเร็จ” ซึ่งเหมาะสำหรับผู้คิดและริเริ่มทำธุรกิจใหม่ๆ ด้วย

เล่มถัดมาคือ “สามก๊ก ถกบริหาร” ฉบับนี้อ่านกี่จบก็คบได้ ของ ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ CEO บริษัทซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หนังสือเล่มนี้เน้นวิเคราะห์หลักการของสามก๊ก ว่าเป็นตำราบริหารธุรกิจที่เยี่ยมยอดที่สุดในโลก

เช่นเดียวกับเล่าชวนหัว หนังสือเล่มนี้ไม่ได้กล่าวถึง “โจโฉ”ว่าเป็นผู้ร้ายกาจ แต่ได้ชี้มุมมอง และการบริหารจัดการชั้นยอดของ “โจโฉ” รวมทั้ง “เล่าปี่” และ “ซุนกวน” ไว้อย่างน่าสนใจ

เล่มสุดท้าย “ลูกน้องกับเจ้านายสไตล์สามก๊ก” ของ ดร.อัมพร สุขเกษม มีจุดเด่นในแง่การบริหารงานบุคคล เหมาะสำหรับผู้ที่จะเป็นหัวหน้าคน และเหมาะสำหรับผู้ที่เป็นลูกน้องอย่างมาก หนังสือเล่มนี้จะบอกลักษณะของหัวหน้าประเภทต่างๆ และวิธีอยู่กับหัวหน้านั้นๆ ให้ได้ ขณะเดียวกันมีการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกน้องให้หัวหน้าใช้ศึกษา

“เล่มนี้อ่านแล้วสนุก เพราะคนที่เราต้องทำงานหรือประสบพบเจอ ส่วนใหญ่ดร.อัมพรก็นำมาวิเคราะห์ถึงอุปนิสัยที่ค่อนข้างตรง และใกล้ตัวมาก”

อย่างไรก็ดี หนังสือเรื่องสามก๊กยังมีอีกหลากหลาย แม้กระทั่งผู้เขียนคนเดียวกัน ยังมีการแต่งหรือแปลหนังสือสามก๊กมาอีกหลายเล่ม ซึ่งทุกเล่มนั้นล้วนแต่มีคุณค่าในแบบฉบับที่ต่างกันไป ผู้อ่านสามารถเลือกอ่านตามความชอบของตนเอง

ขณะเดียวกันต้องยอมรับความจริงว่า แม้จะมีผู้กล่าวว่า อ่านสามก๊กครบ 3 รอบจะคบไม่ได้ แต่หากอ่านสามก๊กให้ลึกซึ้งแล้ว สามก๊กถือเป็นวรรณกรรมชั้นยอดที่เปี่ยมไปด้วยคุณประโยชน์มากกว่าโทษ!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Rating*