จากมู่หลานถึงเตียวเสี้ยน (3)
ตุลาคม 17, 2014 (No Comments) by Admin Ken
Rating
เตียวเสี้ยน

เตียวเสี้ยน

จากมู่หลานถึงเตียวเสี้ยน (3) เรื่องของนางเตียวเสี้ยน ในสมัยราชวงศ์ฮั่นตอนปลาย บ้านเมืองเกิดจลาจล เริ่มจากการเกิดกบฏโพกผ้าเหลือง จนถึงการแก่งแย่งราชสมบัติ ในขณะนั้นขุนพลใหญ่ชื่อว่าเหอจิ้น (โฮจิ๋น) โง่เขลา ได้เชิญต่งจว๋อ (ตั๋งโต๊ะ) ผู้กักขฬะเข้ามาจากชายแดน เพื่อควบคุมสถานการณ์ภายในวัง แต่เรื่องลุกลามหนักเมื่อต่งจว๋อใช้อำนาจเถื่อนคุกคามประชาชน และถอดถอนจักรพรรดิพร้อมกับแต่งตั้งพระองค์ใหม่ กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ข่มเหงปล้นฆ่า เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า

ในคราวนั้นเจ้าเมืองที่ต่อต้านผู้หนึ่งชื่อว่าติงหยวน (เตงหงวน) มีบุตรบุญธรรมชื่อหลี่ว์ปู้ (ลิโป้) ผู้มีชื่อเสียงถึงความเป็นยอดชาย ต่งจว๋อใคร่จะปราบปราม แต่หลี่หรู (ลิยู) ที่ปรึกษาเสนอว่า ควรให้หลี่ว์ปู้มาเป็นพวกเดียวกันก่อน เพราะถ้าออกไปรบกับติงหยวนโดยที่ต้องปะทะกับหลี่ว์ปู้คงเสียหายไม่น้อย ต่งจว๋อจึงนำม้าดีชื่อว่าชื่อทู่ (เซ็กเธาว์) ไปติดสินบนพร้อมด้วยเงินทองและมงกุฎ จนหลี่ว์ปู้ทรยศสังหารบิดาบุญธรรม แปรพักตร์มาอยู่กับต่งจว๋อ และได้เป็นบุตรบุณธรรมต่งจว๋อเช่นกัน

หลี่ว์ปู้เป็นผู้กล้าระดับไร้เทียมทาน ทำให้ความกักขฬะของต่งจว๋อเพิ่มขึ้นทบทวี เชื้อสายตระกูลขุนนางนามว่าหยวนส้าว (อ้วนเสี้ยว) ได้รวบรวมกำลังจากหัวเมืองเข้าต่อต้าน ในการรบครั้งแรกๆ หลี่ว์ปู้ก็สำแดงเดชจนเป็นที่ครั่นคร้าม และต่อมากองทัพหัวเมืองก็ขัดแย้งกันและแตกแยกกันเอง จนประสบความล้มเหลว ต่างคนต่างแยกย้ายกลับบ้านตน จากนั้นต่งจว๋อก็กุมอำนาจทุกอย่างในเมืองหลวง และข่มเหงราษฎรกับขุนนางหนักข้อขึ้น บ้านเมืองตกอยู่ในความหวาดกลัวจนกระทั่งมีขุนนางผู้ซื่อสัตย์คนหนึ่งชื่อว่า หวางอวิ่น (อองอุ้น) เกิดความตั้งใจจะสังหารต่งจว๋อขึ้นมา

น่าสังเกตว่าเตียวฉานอายุเพียงสิบหกปี และเป็นนางรำในจวน แต่ว่าไหวพริบปฏิภาณและการใช้เล่ห์โดยอิงอาศัยมารยาหญิง ก็ทำได้อย่างมีศิลปะมาก ทั้งที่หญิงในสมัยนั้นไม่ได้รับการศึกษานัก นักประพันธ์ในสมัยก่อนจะจงใจนำเสนอหรือไม่ว่า จริตมารยา เป็นธรรมชาติของเพศหญิง ที่มีติดตัวอยู่แล้วโดยไม่ต้องฝึกหรือเรียนรู้

“หลี่ว์ปู้ลอบดูอยู่นาน ก็เข้าไปในห้องนอน ขณะนี้ต่งจว๋อได้ลุกขึ้น กำลังนั่งอยู่กลางห้องโถงกินข้าว นางเตียวฉานเลิกม่านปักลาย แย้มโฉมหน้าเล็กน้อย ใช้สายตาส่งความรักต่อให้หลี่ว์ปู้ หลี่ว์ปู้ขวัญวิญญาณลอยละล่อง ต่งจว๋อเห็นเข้า ภายในใจระแวงรังเกียจ ว่า เฟิ่งเซียนไม่มีธุระจงถอยไป หลี่ว์ปู้จำต้องเศร้าหมองถอยไป”

“ต่งจว๋อหลังจากเอานางเตียวฉานเป็นอนุภรรยาแล้ว หลงใหลในความสวยงาม เดือนกว่าไม่ออกดูแลงาน ต่งจว๋อเผอิญเกิดป่วยเล็กน้อย เตียวฉานเสื้อมิถอดเข็มขัด เอาใจใส่ดูแลปรนนิบัติ ต่งจว๋อยิ่งเพิ่มความรักและยินดี…”

โปรดสังเกตส่วนที่ทำตัวหนาไว้ เสื้อมิถอดเข็มขัด บ่งชี้ว่า เธอไม่ได้ปรนเปรอต่งจว๋อด้วยเพศสัมพันธ์ตลอดเวลา และนี่เองกระมังที่ทำให้ต่งจว๋อรู้สึกโหยหา ถ้าอยากกินเมื่อไรก็ได้เมื่อนั้น คงไม่ทำให้หลงใหลมากถึงเพียงนี้ นางเตียวฉานเพียงแต่หลับนอนกับต่งจว๋ออาจจะครั้งแรกหรือไม่กี่ครั้ง แต่รสชาติที่เธอฝากไว้คงจะทำให้ต่งจว๋อปลาบปลื้มมาก และนี่เป็นอีกกลวิธีหนึ่งที่หญิงงามจะสยบใจของชาย คือระมัดระวังไม่ป้อนด้วยกามรสมากมายจนเฝือเกินไป ยิ่งมีเวลาที่หวงห้ามไม่ให้มีเพศสัมพันธ์ ชายก็ยิ่งกระสันอยาก และอาจยอมโอนอ่อนผ่อนตามหญิงตามแต่ใจหญิงปรารถนา

“หลี่ว์ปู้ได้ยินว่าต่งจว๋อเกิดป่วย จึงอ้างมาถามทุกข์สุข พอดีต่งจว๋อนอนหลับอยู่ นางเตียวฉานจากหลังเตียงชะโงกตัวมองดูหลี่ว์ปู้ เอานิ้วชี้หัวใจ ก็เอานิ้วชี้ตัวต่งจว๋อ เช็ดน้ำตามิวาย หลี่ว์ปู้หัวใจแหลกลาญ”

“รอต่งจว๋อตื่นขึ้นมา ในความขมุกขมัวเห็นหลี่ว์ปู้จ้องมองไปทางหลังเตียง หันตัวดูอีกที เห็นเตียวฉานยืนอยู่หลังเตียง ต่งจว๋อโกรธใหญ่ ตวาดว่า มึงกล้ามาเกี้ยวพาราสีเมียน้อยคนรักของกูหรือ เรียกคนสนิทขับไล่หลี่ว์ปู้หนี หลังจากนี้ไปไม่อนุญาตเขาเข้ามาในห้องอีก
“เรื่องของนางเตียวฉานถูกหลี่หรูทราบแล้ว ดังนั้นรีบร้อนเข้าพบต่งจว๋อว่า ไท่ซือต้องการครองใต้ฟ้า เหตุใดเอาเรื่องความผิดเล็กน้อยตำหนิโทษเอวินโหว? (เอวินโหวเป็นตำแหน่งของหลี่ว์ปู้) มาตรแม้นเกิดใจเขาแปรเปลี่ยน ไฉนไม่เสียหายต่องานใหญ่? หลี่หรูอธิบายแผนการออกมาประการหนึ่ง ต่งจว๋อยึดถือตามวาจา”

“วันที่สองต่งจว๋อจึงถือตามคำพูดหลี่หรูตามตัวหลี่ว์ปู้มา ปลอบประโลมเขาว่า ข้าวันก่อนเกิดป่วยจิตใจเลอะเลือน พูดผิดทำร้ายจิตใจเจ้า เจ้าอย่าได้จำใส่ใจ จึงส่งให้หลี่ว์ปู้ทองคำสิบชั่ง ผ้าต่วนไหมยี่สิบพับ หลี่ว์ปู้เก็บสิ่งของ แต่ทว่าในใจยังครุ่นคิดแต่นางเตียวฉาน“

วันหนึ่งต่งจว๋อเข้าท้องพระโรงปรึกษางาน หลี่ว์ปู้ถือทวนยืนรับใช้อยู่ด้านข้าง เห็นต่งจว๋อถูกเสี้ยนตี้ (พระเจ้าเหี้ยนเต้) รั้งตัวไว้ จึงฉวยโอกาสไปวังสมุหนายก ถือทวนเข้าห้องโถงชั้นในตามหาเตียวฉาน เตียวฉานรีบพูด ท่านควรไปหลังอุทยานศาลาเฟิ่งอี้ถิง รอดิฉัน

“หลี่ว์ปู้ถือทวนตรงไปในศาลาข้างลูกกรงที่คดเคี้ยวรอคอย แต่เห็นเตียวฉานแยกบุปผาปัดหลิวย้อยและมา จริงดั่งว่ามีความสวยงามดั่งเทพธิดาในวังดวงจันทร์ เพียงเห็นหลี่ว์ปู้ ก็สะอึกสะอื้นว่า ตั้งวันนั้นตกลงกับท่านแม่ทัพ ดิฉันตลอดชีวิตก็สมความปรารถนาแล้ว ใครจะคิดไท่ซือมีจิตใจไม่ดี เอาดิฉันกระทำชำเราอุลามก…”

โปรดสังเกตว่านางเตียวฉานปฏิบัติต่อสองคนแตกต่างกันมาก เพราะเธอรู้จักบริหารเสน่ห์มัดใจชายในแบบต่างๆ กัน ต่งจว๋อเป็นชายชรา เธอก็ปรนนิบัติเอาใจทุกอย่างคล้ายลูกสาว ในขณะที่หลี่ว์ปู้เป็นคนหนุ่มเลือดลมร้อนแรง เธอก็ใช้ความรักที่เร่าร้อนและเพ้อฝันมายั่วยวนผูกมัดจิตใจ ดูแล้วช่างน่าขนลุก ว่าเธอสามารถใช้มารยาถึงเพียงนี้

เตียวเสี้ยน

เตียวเสี้ยน

“เตียวฉานก็ว่า ขณะนั้นดิฉันแค้นไม่สามารถตายทันที เพียงด้วยมิได้บอกลาครั้งสุดท้ายกับท่านแม่ทัพ ด้วยเหตุนี้ทนอัปยศอดสูแอบมีชีวิต บัดนี้โชคดีได้พบ ดิฉันปรารถนาตายต่อหน้าท่าน เพื่อแจ่มแจ้งความตั้งใจของดิฉัน พูดจบ มือประคองลูกกรงคดเคี้ยว ก็กระโจนลงสระดอกกมล“

หลี่ว์ปู้ตะลีตะลานอุ้มไว้ สะอึกสะอื้นว่า ข้าชาตินี้ไม่สามารถเอาเจ้าเป็นภรรยา คือมิใช่ยอดบุรุษ เตียวฉานว่า ดิฉันอยู่ที่นี่เสมือนผ่านไปวันหนึ่งราวกับหนึ่งปี ท่านเจียงจวินแม้ช่วยดิฉันไม่ได้ปรารถนาพบกันในชาติหน้า หลี่ว์ปู้ว่า ข้าวันนี้แอบมีเวลาว่างและมา เกรงโจรเฒ่าเกิดสงสัย ต้องรีบไป เตียวฉานฉุดเสื้อไว้กล่าวว่า ท่านกลัวโจรเฒ่าเช่นนี้ ตัวดิฉันไม่มีกำหนดเวลาเห็นตะวันแล้ว

“หลี่ว์ปู้ว่า รอข้าวางแผนอุบายอันแยบคาย พูดจบ ถือทวนจะไป เตียวฉานว่า ดิฉันอยู่ในห้องหอ ได้ยินชื่อท่านเจียงจวิน ดั่งอสุนีบาตก้องหู เข้าใจว่าเป็นยอดบุรุษปัจจุบัน ใครคาดคิดพลิกผันถูกคนอื่นบีบบังคับ พูดจบน้ำตาดุจฝนตก หลี่ว์ปู้อับอายท่วมหน้า ก็หวนกลับมาโอบกอดเตียวฉานอีก ใช้วาจาดีปลอบประโลม…”

โปรดสังเกตว่า สิ่งที่เตียวฉานนำมาเล่นนั้นคือ ความเป็นชายของหลี่ว์ปู้ แต่ไหนแต่ไรมา ชายถือว่าการได้ครอบครองหญิงที่ตนหมายปองเป็นภรรยา ย่อมแสดงอำนาจราชศักดิ์อย่างหนึ่ง และคำว่ายอดบุรุษเป็นศักดิ์ศรีอย่างหนึ่งที่ค้ำคอชายไว้ ว่าหากแม้นคนรักของตัวถูกแย่งไปเสียแล้ว ย่อมเป็นการเสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างแรง อับอายขายหน้า ถึงกับเสียทีที่เกิดมาเป็นชายก็ว่าได้ ฉะนั้นหลี่ว์ปู้ซึ่งมีผู้คนยกย่องอยู่แล้วว่าเป็นยอดบุรุษ จึงไม่อาจทนเสียหน้าได้ คำยกย่องชื่นชมของผู้คน กลายเป็นจุดอ่อนไป ทำให้เตียวฉานที่เป็นสตรีสามารถครอบงำเขาได้ การครอบงำด้วยเสน่ห์ของสตรีจึงน่ากลัวกว่าอำนาจบังคับ เพราะเป็นการครอบงำที่ทำให้ผู้ตกอยู่ใต้อำนาจแห่งเสน่ห์ปฏิบัติตามด้วยความ เต็มใจ

“กล่าวถึงต่งจว๋ออยู่ในท้องพระโรง หันหัวมิได้เห็นหลี่ว์ปู้ ในใจระแวงสงสัย รีบร้อนทูลลาเสี้ยนตี้ ขึ้นรถกลับวัง ต่งจว๋อตวาดคนรับใช้ถอยไป ตรงเข้าห้องโถงชั้นใน ตามหาไม่พบเตียวฉาน สาวใช้ว่า เตียวฉานไปหลังอุทยานดอกไม้แล้ว“

ต่งจว๋อเข้าหลังอุทยาน พอดีเจอหลี่ว์ปู้กับเตียวฉานคลอเคลียพูดความลับอยู่ในศาลาหงส์ร่ายพิธี ต่งจว๋อโกรธตวาดเสียงหนึ่ง วิ่งตรงเข้าไป

“หลี่ว์ปู้เห็นต่งจว๋อมาแล้ว ตกใจใหญ่ หันตัวก็วิ่งหนี ต่งจว๋อแย่งได้ทวนลายจัตุรัสเงื้อไล่ตามไป“

หลี่ว์ปู้วิ่งได้เร็วกว่า ต่งจว๋อเทอะทะไล่ไม่ทัน จึงพุ่งทวนแทงหลี่ว์ปู้ หลี่ว์ปู้ปัดทวนลงพื้น ต่งจว๋อคว้าทวนไล่ตามอีก หลี่ว์ปู้ได้วิ่งไปไกล

“ต่งจว๋อไล่ออกประตูอุทยาน คนหนึ่งวิ่งมาข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ชนเอาต่งจว๋อเข้าเต็มอก ต่งจว๋อถูกชนล้มอยู่ที่พื้น ที่แท้ก็คือหลี่หรู ทันใดเขารีบประคองต่งจว๋อลุกขึ้นมา“

หลังจากนั่งนิ่งแล้วต่งจว๋อถาม เจ้ามาที่นี่ทำไม? หลี่หรูว่า ข้าฯหรูถึงประตูวัง รู้ว่าไท่ซือโกรธเข้าหลังอุทยานตามหาตัวหลี่ว์ปู้ ดังนั้นรีบวิ่งมา พอดีเจอหลี่ว์ปู้วิ่งออกมาพูดว่าไท่ซือต้องการฆ่าเขา ข้าฯ หรูตกใจเข้าในอุทยานกล่อมใจแล้วพูดแก้ไข คิดไม่ถึงเกิดพลาดชนถูกท่านสมุหนายกผู้มีพระคุณ โทษตาย โทษตาย

“ต่งจว๋อว่า อ้ายโจรขบถผู้นี้มันเกี้ยวพาราสีเมียน้อยคนรักของข้า สาบานต้องฆ่ามัน หลี่หรูว่า ท่านสมุหนายกผู้มีพระคุณผิดแล้ว เตียวฉานเพียงแค่ผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้น แต่หลี่ว์ปู้เป็นแม่ทัพเหี้ยมหาญคนสนิทของไท่ซือ อย่ากระนั้นเลย ไท่ซือยืมโอกาสนี้เอาเตียวฉานประทานให้เขา ให้เขาซาบซึ้งในพระคุณ คงต้องเอาความตายตอบแทนพระคุณไท่ซือ ขอไท่ซือตริตรองรอบคอบ ต่งจว๋อครุ่นคิดนานโขว่า วาจาเจ้าถูกต้องมาก รอให้ข้าตริตรอง…”

หลี่หรูที่ปรึกษาคนสนิทของต่งจว๋อคงจะสาถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา วาจาของเขาที่กล่าวว่าเตียวฉานเป็นเพียงหญิงคนหนึ่ง ส่วนหลี่ว์ปู้เป็นแม่ทัพ แสดงว่าให้คุณค่าชายเหนือกว่า และทั้งยังเข้าใจความปรารถนาของชายด้วยว่าต้องการสิ่งใดเป็นเครื่องปลอบ ประโลม ในสมัยชุนชิว เคยมีเรื่องเล่าว่า ขณะที่ขุนนางกำลังกินเลี้ยงกันพร้อมกับเจ้านคร พอดีลมพัดตะเกียงดับ ขุนพลท่านหนึ่งอาศัยความมืดลอบไขว่คว้านางกำนัล แต่เธอมือไวเด็ดพู่หมวกเอาไว้ได้ แล้วฟ้องเจ้านครว่า เมื่อสักครู่ดิฉันถูกผู้หนึ่งลวนลาม แต่เด็ดพู่หมวกเอาไว้ได้ รอคนตามตะเกียงสว่างแล้ว ผู้ใดไม่มีพู่หมวกก็คือผู้นั้น เจ้านครในความมืดสั่งว่า ขุนนางทุกคนเด็ดพู่หมวกของตนออก ภายหลังปรากฏว่าขุนพลท่านนั้นก็สู้รบสร้างผลงานอย่างยอมตายถวายชีวิต อันตรายอย่างหนึ่งของชายคือการเป็นคนแหนหวงสตรี ไม่ยอมให้ใครมาดูหมิ่นศักดิ์ศรีด้วยการจาบจ้วงเมียตน มักจะนำไปสู่ความวิวาท ต่อเมื่อปล่อยวางเรื่องนี้ได้แล้วจึงจะไม่เกิดเหตุ ดังเช่นเจ้านครผู้นี้ที่มีน้ำใจรักลูกน้อง จึงได้น้ำใจตอบแทน แต่ว่าเพราะศักดิ์ศรีความเป็นชายที่ค้ำคออยู่ จะมีสักกี่คนยอมปล่อยวางได้

“ต่งจว๋อมาถึงห้องโถงชั้นในถามเตียวฉาน เจ้าทำไมลอบติดต่อกับหลี่ว์ปู้? เตียวฉานร้องไห้บอกว่า ดิฉันไปชมดอกไม้ หลี่ว์ปู้มาแล้วดิฉันกำลังจะหลบเลี่ยง แต่ถูกเขาอุ้มอยู่ ในระหว่างความเป็นความตายได้ไท่ซือมาช่วยชีวิตแล้ว“

ต่งจว๋อว่า ข้าจะเอาเจ้าส่งให้หลี่ว์ปู้เป็นอย่างไร? เตียวฉานตกใจใหญ่ ร้องไห้ว่า ตัวดิฉันได้รับใช้ท่านผู้สูงศักดิ์ พลันก็คิดเอาดิฉันประทานให้ขี้ข้าในบ้าน ดิฉันยอมตายมิขอยอมรับความอัปยศอดสู พูดแล้วดึงกระบี่วิเศษที่แขวนอยู่ฝาผนัง ต้องการเชือดคอตนเอง ต่งจว๋อรีบแย่งกระบี่วิเศษ อุ้มนางไว้พูดว่า ข้าล้อเจ้าเล่นเท่านั้น

“เตียวฉานตามสถานการณ์ล้มลงในอ้อมกอดต่งจว๋อเสแสร้งร้องไห้ใหญ่ว่า นี่คงเป็นแผนอุบายของหลี่หรู เขากับหลี่ว์ปู้คบค้ากันลึกซึ้ง แต่กลับไม่เสียดายหน้าตาไท่ซือกับชีวิตดิฉัน ต่งจว๋อว่า ข้าทำไมจะทิ้งเจ้าได้ลงคอหรือ เตียวฉานว่า มาตรแม้นได้รับความรักและสงสารของไท่ซือ แต่ทว่าสถานที่นี้เกรงไม่ควรอยู่นาน ต่งจว๋อรับปากนำพาเธอไปเมืองเหมยอู้ ร่วมเสวยความสุขสำราญ เตียวฉานจึงหยุดร้องไห้…”

เห็นได้ว่า เตียวฉานต่อสู้สถานการณ์ที่พลิกไปมาด้วยการแสดงตัวอ่อนไหวอ่อนแอ ร้องไห้ฟายน้ำตา และทำทีจะฆ่าตัวตาย เพียงคำพูดไม่กี่ประโยค ต่งจว๋อมองหลี่หรูจากหน้ามือเป็นหลังมือ ถูกปั่นหัวจนหลงงมงาย คุณสมบัติข้อนี้ในวาทกรรมต่างๆ ของมนุษย์มักถูกผูกติดอยู่กับสตรีเพศ เตียวฉานถูกมองว่าบริหารมารยาจริตได้ดีจริงๆ

“วันที่สอง หลี่หรูเข้าพบพูดว่า วันนี้เป็นวันสิริมงคล ควรเอาเตียวฉานส่งให้หลี่ว์ปู้ ต่งจว๋อว่า หลี่ว์ปู้กับข้าตามฐานะเป็นพ่อลูกกัน ไม่สะดวกให้เขา หลี่หรูว่า ไท่ซือมิควรถูกผู้หญิงหลอกลวงหลงใหลเลย ต่งจว๋อสีหน้าเปลี่ยนสีใหญ่ว่า เมียเจ้ายอมยกให้หลี่ว์ปู้หรือไม่? เรื่องนี้ไม่อนุญาตให้พูดอีก ขืนพูดอีกต้องประหารชีวิต หลี่หรูแหงนหน้ามองฟ้าถอนใจยาว“

“วันนั้นต่งจว๋อมีบัญชาทันทีกลับสู่เมืองเหมยอู้ ขุนนางทั้งปวงล้วนไปไหว้ส่ง เตียวฉานอยู่บนรถมองแต่ไกลเห็นหลี่ว์ปู้อยู่ในกลุ่มคนมาส่งเดินทางและกำลัง ไปที่ข้างรถดูเธอ เธอจึงเสแสร้งปิดหน้าร้องไห้อย่างโศกศัลย์ หลี่ว์ปู้เห็นแล้วเจ็บใจยิ่งนัก…”

สิ้นบทบาทของเตียวฉานเพียงเท่านี้ ต่อจากนี้ไปหวางอวิ่นก็มาเติมเต็มแผน ด้วยการยุแยงให้หลี่ว์ปู้สังหารต่งจว๋อ แล้วจึงลวงต่งจว๋อมาเข้าวังโดยอ้างมอบราชสมบัติ แต่ให้หลี่ว์ปู้ดักรอ ครั้นต่งจว๋อมาถึง หลี่ว์ปู้เอาทวนแทงคอหอย ปิดฉากชีวิตสามานย์

ป้ายกำกับ:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ตัวละครสามก๊กหญิง

เรื่องย่อสามก๊ก

ตำแหน่งในสามก๊ก

Wallpaper

กิจกรรมไทยสามก๊ก

ติดต่อทีมงานไทยสามก๊ก

E-Mail : ken-thaisamkok@hotmail.com
Tel : 084-665-3213
Line : thaisamkok
Facebook : facebook.com/thaisamkok
จากมู่หลานถึงเตียวเสี้ยน (3)
ตุลาคม 17, 2014 (No Comments) by Admin Ken
Rating
เตียวเสี้ยน

เตียวเสี้ยน

จากมู่หลานถึงเตียวเสี้ยน (3) เรื่องของนางเตียวเสี้ยน ในสมัยราชวงศ์ฮั่นตอนปลาย บ้านเมืองเกิดจลาจล เริ่มจากการเกิดกบฏโพกผ้าเหลือง จนถึงการแก่งแย่งราชสมบัติ ในขณะนั้นขุนพลใหญ่ชื่อว่าเหอจิ้น (โฮจิ๋น) โง่เขลา ได้เชิญต่งจว๋อ (ตั๋งโต๊ะ) ผู้กักขฬะเข้ามาจากชายแดน เพื่อควบคุมสถานการณ์ภายในวัง แต่เรื่องลุกลามหนักเมื่อต่งจว๋อใช้อำนาจเถื่อนคุกคามประชาชน และถอดถอนจักรพรรดิพร้อมกับแต่งตั้งพระองค์ใหม่ กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ข่มเหงปล้นฆ่า เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า

ในคราวนั้นเจ้าเมืองที่ต่อต้านผู้หนึ่งชื่อว่าติงหยวน (เตงหงวน) มีบุตรบุญธรรมชื่อหลี่ว์ปู้ (ลิโป้) ผู้มีชื่อเสียงถึงความเป็นยอดชาย ต่งจว๋อใคร่จะปราบปราม แต่หลี่หรู (ลิยู) ที่ปรึกษาเสนอว่า ควรให้หลี่ว์ปู้มาเป็นพวกเดียวกันก่อน เพราะถ้าออกไปรบกับติงหยวนโดยที่ต้องปะทะกับหลี่ว์ปู้คงเสียหายไม่น้อย ต่งจว๋อจึงนำม้าดีชื่อว่าชื่อทู่ (เซ็กเธาว์) ไปติดสินบนพร้อมด้วยเงินทองและมงกุฎ จนหลี่ว์ปู้ทรยศสังหารบิดาบุญธรรม แปรพักตร์มาอยู่กับต่งจว๋อ และได้เป็นบุตรบุณธรรมต่งจว๋อเช่นกัน

หลี่ว์ปู้เป็นผู้กล้าระดับไร้เทียมทาน ทำให้ความกักขฬะของต่งจว๋อเพิ่มขึ้นทบทวี เชื้อสายตระกูลขุนนางนามว่าหยวนส้าว (อ้วนเสี้ยว) ได้รวบรวมกำลังจากหัวเมืองเข้าต่อต้าน ในการรบครั้งแรกๆ หลี่ว์ปู้ก็สำแดงเดชจนเป็นที่ครั่นคร้าม และต่อมากองทัพหัวเมืองก็ขัดแย้งกันและแตกแยกกันเอง จนประสบความล้มเหลว ต่างคนต่างแยกย้ายกลับบ้านตน จากนั้นต่งจว๋อก็กุมอำนาจทุกอย่างในเมืองหลวง และข่มเหงราษฎรกับขุนนางหนักข้อขึ้น บ้านเมืองตกอยู่ในความหวาดกลัวจนกระทั่งมีขุนนางผู้ซื่อสัตย์คนหนึ่งชื่อว่า หวางอวิ่น (อองอุ้น) เกิดความตั้งใจจะสังหารต่งจว๋อขึ้นมา

น่าสังเกตว่าเตียวฉานอายุเพียงสิบหกปี และเป็นนางรำในจวน แต่ว่าไหวพริบปฏิภาณและการใช้เล่ห์โดยอิงอาศัยมารยาหญิง ก็ทำได้อย่างมีศิลปะมาก ทั้งที่หญิงในสมัยนั้นไม่ได้รับการศึกษานัก นักประพันธ์ในสมัยก่อนจะจงใจนำเสนอหรือไม่ว่า จริตมารยา เป็นธรรมชาติของเพศหญิง ที่มีติดตัวอยู่แล้วโดยไม่ต้องฝึกหรือเรียนรู้

“หลี่ว์ปู้ลอบดูอยู่นาน ก็เข้าไปในห้องนอน ขณะนี้ต่งจว๋อได้ลุกขึ้น กำลังนั่งอยู่กลางห้องโถงกินข้าว นางเตียวฉานเลิกม่านปักลาย แย้มโฉมหน้าเล็กน้อย ใช้สายตาส่งความรักต่อให้หลี่ว์ปู้ หลี่ว์ปู้ขวัญวิญญาณลอยละล่อง ต่งจว๋อเห็นเข้า ภายในใจระแวงรังเกียจ ว่า เฟิ่งเซียนไม่มีธุระจงถอยไป หลี่ว์ปู้จำต้องเศร้าหมองถอยไป”

“ต่งจว๋อหลังจากเอานางเตียวฉานเป็นอนุภรรยาแล้ว หลงใหลในความสวยงาม เดือนกว่าไม่ออกดูแลงาน ต่งจว๋อเผอิญเกิดป่วยเล็กน้อย เตียวฉานเสื้อมิถอดเข็มขัด เอาใจใส่ดูแลปรนนิบัติ ต่งจว๋อยิ่งเพิ่มความรักและยินดี…”

โปรดสังเกตส่วนที่ทำตัวหนาไว้ เสื้อมิถอดเข็มขัด บ่งชี้ว่า เธอไม่ได้ปรนเปรอต่งจว๋อด้วยเพศสัมพันธ์ตลอดเวลา และนี่เองกระมังที่ทำให้ต่งจว๋อรู้สึกโหยหา ถ้าอยากกินเมื่อไรก็ได้เมื่อนั้น คงไม่ทำให้หลงใหลมากถึงเพียงนี้ นางเตียวฉานเพียงแต่หลับนอนกับต่งจว๋ออาจจะครั้งแรกหรือไม่กี่ครั้ง แต่รสชาติที่เธอฝากไว้คงจะทำให้ต่งจว๋อปลาบปลื้มมาก และนี่เป็นอีกกลวิธีหนึ่งที่หญิงงามจะสยบใจของชาย คือระมัดระวังไม่ป้อนด้วยกามรสมากมายจนเฝือเกินไป ยิ่งมีเวลาที่หวงห้ามไม่ให้มีเพศสัมพันธ์ ชายก็ยิ่งกระสันอยาก และอาจยอมโอนอ่อนผ่อนตามหญิงตามแต่ใจหญิงปรารถนา

“หลี่ว์ปู้ได้ยินว่าต่งจว๋อเกิดป่วย จึงอ้างมาถามทุกข์สุข พอดีต่งจว๋อนอนหลับอยู่ นางเตียวฉานจากหลังเตียงชะโงกตัวมองดูหลี่ว์ปู้ เอานิ้วชี้หัวใจ ก็เอานิ้วชี้ตัวต่งจว๋อ เช็ดน้ำตามิวาย หลี่ว์ปู้หัวใจแหลกลาญ”

“รอต่งจว๋อตื่นขึ้นมา ในความขมุกขมัวเห็นหลี่ว์ปู้จ้องมองไปทางหลังเตียง หันตัวดูอีกที เห็นเตียวฉานยืนอยู่หลังเตียง ต่งจว๋อโกรธใหญ่ ตวาดว่า มึงกล้ามาเกี้ยวพาราสีเมียน้อยคนรักของกูหรือ เรียกคนสนิทขับไล่หลี่ว์ปู้หนี หลังจากนี้ไปไม่อนุญาตเขาเข้ามาในห้องอีก
“เรื่องของนางเตียวฉานถูกหลี่หรูทราบแล้ว ดังนั้นรีบร้อนเข้าพบต่งจว๋อว่า ไท่ซือต้องการครองใต้ฟ้า เหตุใดเอาเรื่องความผิดเล็กน้อยตำหนิโทษเอวินโหว? (เอวินโหวเป็นตำแหน่งของหลี่ว์ปู้) มาตรแม้นเกิดใจเขาแปรเปลี่ยน ไฉนไม่เสียหายต่องานใหญ่? หลี่หรูอธิบายแผนการออกมาประการหนึ่ง ต่งจว๋อยึดถือตามวาจา”

“วันที่สองต่งจว๋อจึงถือตามคำพูดหลี่หรูตามตัวหลี่ว์ปู้มา ปลอบประโลมเขาว่า ข้าวันก่อนเกิดป่วยจิตใจเลอะเลือน พูดผิดทำร้ายจิตใจเจ้า เจ้าอย่าได้จำใส่ใจ จึงส่งให้หลี่ว์ปู้ทองคำสิบชั่ง ผ้าต่วนไหมยี่สิบพับ หลี่ว์ปู้เก็บสิ่งของ แต่ทว่าในใจยังครุ่นคิดแต่นางเตียวฉาน“

วันหนึ่งต่งจว๋อเข้าท้องพระโรงปรึกษางาน หลี่ว์ปู้ถือทวนยืนรับใช้อยู่ด้านข้าง เห็นต่งจว๋อถูกเสี้ยนตี้ (พระเจ้าเหี้ยนเต้) รั้งตัวไว้ จึงฉวยโอกาสไปวังสมุหนายก ถือทวนเข้าห้องโถงชั้นในตามหาเตียวฉาน เตียวฉานรีบพูด ท่านควรไปหลังอุทยานศาลาเฟิ่งอี้ถิง รอดิฉัน

“หลี่ว์ปู้ถือทวนตรงไปในศาลาข้างลูกกรงที่คดเคี้ยวรอคอย แต่เห็นเตียวฉานแยกบุปผาปัดหลิวย้อยและมา จริงดั่งว่ามีความสวยงามดั่งเทพธิดาในวังดวงจันทร์ เพียงเห็นหลี่ว์ปู้ ก็สะอึกสะอื้นว่า ตั้งวันนั้นตกลงกับท่านแม่ทัพ ดิฉันตลอดชีวิตก็สมความปรารถนาแล้ว ใครจะคิดไท่ซือมีจิตใจไม่ดี เอาดิฉันกระทำชำเราอุลามก…”

โปรดสังเกตว่านางเตียวฉานปฏิบัติต่อสองคนแตกต่างกันมาก เพราะเธอรู้จักบริหารเสน่ห์มัดใจชายในแบบต่างๆ กัน ต่งจว๋อเป็นชายชรา เธอก็ปรนนิบัติเอาใจทุกอย่างคล้ายลูกสาว ในขณะที่หลี่ว์ปู้เป็นคนหนุ่มเลือดลมร้อนแรง เธอก็ใช้ความรักที่เร่าร้อนและเพ้อฝันมายั่วยวนผูกมัดจิตใจ ดูแล้วช่างน่าขนลุก ว่าเธอสามารถใช้มารยาถึงเพียงนี้

เตียวเสี้ยน

เตียวเสี้ยน

“เตียวฉานก็ว่า ขณะนั้นดิฉันแค้นไม่สามารถตายทันที เพียงด้วยมิได้บอกลาครั้งสุดท้ายกับท่านแม่ทัพ ด้วยเหตุนี้ทนอัปยศอดสูแอบมีชีวิต บัดนี้โชคดีได้พบ ดิฉันปรารถนาตายต่อหน้าท่าน เพื่อแจ่มแจ้งความตั้งใจของดิฉัน พูดจบ มือประคองลูกกรงคดเคี้ยว ก็กระโจนลงสระดอกกมล“

หลี่ว์ปู้ตะลีตะลานอุ้มไว้ สะอึกสะอื้นว่า ข้าชาตินี้ไม่สามารถเอาเจ้าเป็นภรรยา คือมิใช่ยอดบุรุษ เตียวฉานว่า ดิฉันอยู่ที่นี่เสมือนผ่านไปวันหนึ่งราวกับหนึ่งปี ท่านเจียงจวินแม้ช่วยดิฉันไม่ได้ปรารถนาพบกันในชาติหน้า หลี่ว์ปู้ว่า ข้าวันนี้แอบมีเวลาว่างและมา เกรงโจรเฒ่าเกิดสงสัย ต้องรีบไป เตียวฉานฉุดเสื้อไว้กล่าวว่า ท่านกลัวโจรเฒ่าเช่นนี้ ตัวดิฉันไม่มีกำหนดเวลาเห็นตะวันแล้ว

“หลี่ว์ปู้ว่า รอข้าวางแผนอุบายอันแยบคาย พูดจบ ถือทวนจะไป เตียวฉานว่า ดิฉันอยู่ในห้องหอ ได้ยินชื่อท่านเจียงจวิน ดั่งอสุนีบาตก้องหู เข้าใจว่าเป็นยอดบุรุษปัจจุบัน ใครคาดคิดพลิกผันถูกคนอื่นบีบบังคับ พูดจบน้ำตาดุจฝนตก หลี่ว์ปู้อับอายท่วมหน้า ก็หวนกลับมาโอบกอดเตียวฉานอีก ใช้วาจาดีปลอบประโลม…”

โปรดสังเกตว่า สิ่งที่เตียวฉานนำมาเล่นนั้นคือ ความเป็นชายของหลี่ว์ปู้ แต่ไหนแต่ไรมา ชายถือว่าการได้ครอบครองหญิงที่ตนหมายปองเป็นภรรยา ย่อมแสดงอำนาจราชศักดิ์อย่างหนึ่ง และคำว่ายอดบุรุษเป็นศักดิ์ศรีอย่างหนึ่งที่ค้ำคอชายไว้ ว่าหากแม้นคนรักของตัวถูกแย่งไปเสียแล้ว ย่อมเป็นการเสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างแรง อับอายขายหน้า ถึงกับเสียทีที่เกิดมาเป็นชายก็ว่าได้ ฉะนั้นหลี่ว์ปู้ซึ่งมีผู้คนยกย่องอยู่แล้วว่าเป็นยอดบุรุษ จึงไม่อาจทนเสียหน้าได้ คำยกย่องชื่นชมของผู้คน กลายเป็นจุดอ่อนไป ทำให้เตียวฉานที่เป็นสตรีสามารถครอบงำเขาได้ การครอบงำด้วยเสน่ห์ของสตรีจึงน่ากลัวกว่าอำนาจบังคับ เพราะเป็นการครอบงำที่ทำให้ผู้ตกอยู่ใต้อำนาจแห่งเสน่ห์ปฏิบัติตามด้วยความ เต็มใจ

“กล่าวถึงต่งจว๋ออยู่ในท้องพระโรง หันหัวมิได้เห็นหลี่ว์ปู้ ในใจระแวงสงสัย รีบร้อนทูลลาเสี้ยนตี้ ขึ้นรถกลับวัง ต่งจว๋อตวาดคนรับใช้ถอยไป ตรงเข้าห้องโถงชั้นใน ตามหาไม่พบเตียวฉาน สาวใช้ว่า เตียวฉานไปหลังอุทยานดอกไม้แล้ว“

ต่งจว๋อเข้าหลังอุทยาน พอดีเจอหลี่ว์ปู้กับเตียวฉานคลอเคลียพูดความลับอยู่ในศาลาหงส์ร่ายพิธี ต่งจว๋อโกรธตวาดเสียงหนึ่ง วิ่งตรงเข้าไป

“หลี่ว์ปู้เห็นต่งจว๋อมาแล้ว ตกใจใหญ่ หันตัวก็วิ่งหนี ต่งจว๋อแย่งได้ทวนลายจัตุรัสเงื้อไล่ตามไป“

หลี่ว์ปู้วิ่งได้เร็วกว่า ต่งจว๋อเทอะทะไล่ไม่ทัน จึงพุ่งทวนแทงหลี่ว์ปู้ หลี่ว์ปู้ปัดทวนลงพื้น ต่งจว๋อคว้าทวนไล่ตามอีก หลี่ว์ปู้ได้วิ่งไปไกล

“ต่งจว๋อไล่ออกประตูอุทยาน คนหนึ่งวิ่งมาข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ชนเอาต่งจว๋อเข้าเต็มอก ต่งจว๋อถูกชนล้มอยู่ที่พื้น ที่แท้ก็คือหลี่หรู ทันใดเขารีบประคองต่งจว๋อลุกขึ้นมา“

หลังจากนั่งนิ่งแล้วต่งจว๋อถาม เจ้ามาที่นี่ทำไม? หลี่หรูว่า ข้าฯหรูถึงประตูวัง รู้ว่าไท่ซือโกรธเข้าหลังอุทยานตามหาตัวหลี่ว์ปู้ ดังนั้นรีบวิ่งมา พอดีเจอหลี่ว์ปู้วิ่งออกมาพูดว่าไท่ซือต้องการฆ่าเขา ข้าฯ หรูตกใจเข้าในอุทยานกล่อมใจแล้วพูดแก้ไข คิดไม่ถึงเกิดพลาดชนถูกท่านสมุหนายกผู้มีพระคุณ โทษตาย โทษตาย

“ต่งจว๋อว่า อ้ายโจรขบถผู้นี้มันเกี้ยวพาราสีเมียน้อยคนรักของข้า สาบานต้องฆ่ามัน หลี่หรูว่า ท่านสมุหนายกผู้มีพระคุณผิดแล้ว เตียวฉานเพียงแค่ผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้น แต่หลี่ว์ปู้เป็นแม่ทัพเหี้ยมหาญคนสนิทของไท่ซือ อย่ากระนั้นเลย ไท่ซือยืมโอกาสนี้เอาเตียวฉานประทานให้เขา ให้เขาซาบซึ้งในพระคุณ คงต้องเอาความตายตอบแทนพระคุณไท่ซือ ขอไท่ซือตริตรองรอบคอบ ต่งจว๋อครุ่นคิดนานโขว่า วาจาเจ้าถูกต้องมาก รอให้ข้าตริตรอง…”

หลี่หรูที่ปรึกษาคนสนิทของต่งจว๋อคงจะสาถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา วาจาของเขาที่กล่าวว่าเตียวฉานเป็นเพียงหญิงคนหนึ่ง ส่วนหลี่ว์ปู้เป็นแม่ทัพ แสดงว่าให้คุณค่าชายเหนือกว่า และทั้งยังเข้าใจความปรารถนาของชายด้วยว่าต้องการสิ่งใดเป็นเครื่องปลอบ ประโลม ในสมัยชุนชิว เคยมีเรื่องเล่าว่า ขณะที่ขุนนางกำลังกินเลี้ยงกันพร้อมกับเจ้านคร พอดีลมพัดตะเกียงดับ ขุนพลท่านหนึ่งอาศัยความมืดลอบไขว่คว้านางกำนัล แต่เธอมือไวเด็ดพู่หมวกเอาไว้ได้ แล้วฟ้องเจ้านครว่า เมื่อสักครู่ดิฉันถูกผู้หนึ่งลวนลาม แต่เด็ดพู่หมวกเอาไว้ได้ รอคนตามตะเกียงสว่างแล้ว ผู้ใดไม่มีพู่หมวกก็คือผู้นั้น เจ้านครในความมืดสั่งว่า ขุนนางทุกคนเด็ดพู่หมวกของตนออก ภายหลังปรากฏว่าขุนพลท่านนั้นก็สู้รบสร้างผลงานอย่างยอมตายถวายชีวิต อันตรายอย่างหนึ่งของชายคือการเป็นคนแหนหวงสตรี ไม่ยอมให้ใครมาดูหมิ่นศักดิ์ศรีด้วยการจาบจ้วงเมียตน มักจะนำไปสู่ความวิวาท ต่อเมื่อปล่อยวางเรื่องนี้ได้แล้วจึงจะไม่เกิดเหตุ ดังเช่นเจ้านครผู้นี้ที่มีน้ำใจรักลูกน้อง จึงได้น้ำใจตอบแทน แต่ว่าเพราะศักดิ์ศรีความเป็นชายที่ค้ำคออยู่ จะมีสักกี่คนยอมปล่อยวางได้

“ต่งจว๋อมาถึงห้องโถงชั้นในถามเตียวฉาน เจ้าทำไมลอบติดต่อกับหลี่ว์ปู้? เตียวฉานร้องไห้บอกว่า ดิฉันไปชมดอกไม้ หลี่ว์ปู้มาแล้วดิฉันกำลังจะหลบเลี่ยง แต่ถูกเขาอุ้มอยู่ ในระหว่างความเป็นความตายได้ไท่ซือมาช่วยชีวิตแล้ว“

ต่งจว๋อว่า ข้าจะเอาเจ้าส่งให้หลี่ว์ปู้เป็นอย่างไร? เตียวฉานตกใจใหญ่ ร้องไห้ว่า ตัวดิฉันได้รับใช้ท่านผู้สูงศักดิ์ พลันก็คิดเอาดิฉันประทานให้ขี้ข้าในบ้าน ดิฉันยอมตายมิขอยอมรับความอัปยศอดสู พูดแล้วดึงกระบี่วิเศษที่แขวนอยู่ฝาผนัง ต้องการเชือดคอตนเอง ต่งจว๋อรีบแย่งกระบี่วิเศษ อุ้มนางไว้พูดว่า ข้าล้อเจ้าเล่นเท่านั้น

“เตียวฉานตามสถานการณ์ล้มลงในอ้อมกอดต่งจว๋อเสแสร้งร้องไห้ใหญ่ว่า นี่คงเป็นแผนอุบายของหลี่หรู เขากับหลี่ว์ปู้คบค้ากันลึกซึ้ง แต่กลับไม่เสียดายหน้าตาไท่ซือกับชีวิตดิฉัน ต่งจว๋อว่า ข้าทำไมจะทิ้งเจ้าได้ลงคอหรือ เตียวฉานว่า มาตรแม้นได้รับความรักและสงสารของไท่ซือ แต่ทว่าสถานที่นี้เกรงไม่ควรอยู่นาน ต่งจว๋อรับปากนำพาเธอไปเมืองเหมยอู้ ร่วมเสวยความสุขสำราญ เตียวฉานจึงหยุดร้องไห้…”

เห็นได้ว่า เตียวฉานต่อสู้สถานการณ์ที่พลิกไปมาด้วยการแสดงตัวอ่อนไหวอ่อนแอ ร้องไห้ฟายน้ำตา และทำทีจะฆ่าตัวตาย เพียงคำพูดไม่กี่ประโยค ต่งจว๋อมองหลี่หรูจากหน้ามือเป็นหลังมือ ถูกปั่นหัวจนหลงงมงาย คุณสมบัติข้อนี้ในวาทกรรมต่างๆ ของมนุษย์มักถูกผูกติดอยู่กับสตรีเพศ เตียวฉานถูกมองว่าบริหารมารยาจริตได้ดีจริงๆ

“วันที่สอง หลี่หรูเข้าพบพูดว่า วันนี้เป็นวันสิริมงคล ควรเอาเตียวฉานส่งให้หลี่ว์ปู้ ต่งจว๋อว่า หลี่ว์ปู้กับข้าตามฐานะเป็นพ่อลูกกัน ไม่สะดวกให้เขา หลี่หรูว่า ไท่ซือมิควรถูกผู้หญิงหลอกลวงหลงใหลเลย ต่งจว๋อสีหน้าเปลี่ยนสีใหญ่ว่า เมียเจ้ายอมยกให้หลี่ว์ปู้หรือไม่? เรื่องนี้ไม่อนุญาตให้พูดอีก ขืนพูดอีกต้องประหารชีวิต หลี่หรูแหงนหน้ามองฟ้าถอนใจยาว“

“วันนั้นต่งจว๋อมีบัญชาทันทีกลับสู่เมืองเหมยอู้ ขุนนางทั้งปวงล้วนไปไหว้ส่ง เตียวฉานอยู่บนรถมองแต่ไกลเห็นหลี่ว์ปู้อยู่ในกลุ่มคนมาส่งเดินทางและกำลัง ไปที่ข้างรถดูเธอ เธอจึงเสแสร้งปิดหน้าร้องไห้อย่างโศกศัลย์ หลี่ว์ปู้เห็นแล้วเจ็บใจยิ่งนัก…”

สิ้นบทบาทของเตียวฉานเพียงเท่านี้ ต่อจากนี้ไปหวางอวิ่นก็มาเติมเต็มแผน ด้วยการยุแยงให้หลี่ว์ปู้สังหารต่งจว๋อ แล้วจึงลวงต่งจว๋อมาเข้าวังโดยอ้างมอบราชสมบัติ แต่ให้หลี่ว์ปู้ดักรอ ครั้นต่งจว๋อมาถึง หลี่ว์ปู้เอาทวนแทงคอหอย ปิดฉากชีวิตสามานย์

ป้ายกำกับ:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ตัวละครสามก๊กหญิง

เรื่องย่อสามก๊ก

ตำแหน่งในสามก๊ก

Wallpaper

กิจกรรมไทยสามก๊ก

ติดต่อทีมงานไทยสามก๊ก

E-Mail : ken-thaisamkok@hotmail.com
Tel : 084-665-3213
Line : thaisamkok
Facebook : facebook.com/thaisamkok