ตราหยกแผ่นดิน

ตราหยกแผ่นดิน หรือ ตราลัญจกร เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของจักรพรรดิ์ โดยในแผ่นหยกได้มีการ สลักอักษร 8 ตัว 受命于天,即寿永昌 แปลเป็นไทยได้ว่า “รับโองการสวรรค์ ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

ที่มาของตราหยกแผ่นดิน

ตราหยกแผ่นดินนี้ถูกสร้างขึ้นสมัยราชวงศ์ฉิน หลังจากที่จิ๋นซีฮ่องเต้รวมประเทศจีนให้เป็นหนึ่งได้แล้ว จิ๋นซีมีคำสั่งให้หลี่ซือ อัครมหาเสนาบดีแห่งแคว้นฉิน เป็นหัวหน้ากองในการแกะสลักหยกเหอซื่อปี้ให้เป็นตราหยกแผ่นดินประจำราชวงศ์

ต่อมาพระเจ้าฮั่นโกโจ เล่าปัง ล้มราชวงศ์ฉินสำเร็จ คิดว่าตราหยกแผ่นดินของฉินเป็นของวิเศษล้ำค้า จึงเก็บตราหยกนี้ไว้ และนำมาใช้เป็นตราแผ่นดินของฮั่นของตนสืบต่อมาจนถึงยุคปลายราชวงศ์ฮั่น

ในสมัยปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันออก ตั๋งโต๊ะสั่งเผาเมืองลกเอี๋ยง ทำให้ตราหยกแผ่นดินได้หล่นหายไประหว่างที่เกิดความวุ่นวาย

ซุนเกี๋ยนแม่ทัพหน้าของฝ่ายกองทัพ 18 หัวเมือง ได้เข้าเมืองหลวงได้ก่อนและพบกับตราหยกแผ่นดินตกอยู่ในบ่อน้ำ และ แอบนำกลับไปกังตั๋งเมื่อแยกตัวจาก 18 หัวเมือง แต่ไม่ช้านาน ซุนเกี๋ยนก็ตาย ซุนเซ็กลูกชายซุนเกี๋ยนเห็นว่า ตราหยกแผ่นดินไม่ได้สำคัญไปกว่ากำลังทหาร จึงนำตราหยกแผ่นดินไปแลกกับทหารของอ้วนสุดเพื่อทำการใหญ่

ต่อมาเมื่อ อ้วนสุดได้ตราหยกแผ่นดินแล้วก็ใฝ่สูง ปราบดาภิเษกตัวเองเป็นฮ่องเต้ สุดท้ายก็ถูกกองทัพโจโฉและพันธมิตรเข้าปราบปราม ตราหยกแผ่นดินจึงกลับมาอยู่ในฝ่ายราชสำนักฮั่นอีกครั้ง

ที่มาของหยกเหอซื่อปี้

คำว่า เหอซื่อปี้ (和氏璧) แปลว่า หยกสกุลเหอ ที่มาของชื่อนั้นก็แสนจะธรรมดาเพราะคนที่ค้นพบหยกวิเศษชิ้นนี้ก็คือ เปี้ยนเหอ ตัวเปี้ยนเหอเป็นชาวแคว้นฉู่ มีความสามารถในการวิเคราห์ก้อนหินและสามารถรู้ได้ว่าภายในหินก้อนใดมีหยกดีซ่อนอยู่

ในสมัยฉู่ลี่อ๋อง เปี้ยนเหอได้ค้นพบก้อนหินที่แสนธรรมดาแต่ภายในนั้นมีหยกเนื้อดีอยู่ จึงนำหินก้อนนี้ไปให้แก่ ฉู่ลี่อ๋อง เมื่อช่างแคว้นฉู่ตรวจสอบหินก้อนนี้ละเอียดแล้วก็แจ้งแก่ ฉู่ลี่อ๋อง ว่า หินก้อนนี้เป็นเพียงหินธรรมดา คาดว่าเปี้ยนเหอจะเป็นโจรที่มาหลอก ฉู่ลี่อ๋องจึงสั่งตัดเท้าซ้ายและสั่งขังเปี้ยนเหอ

ต่อมาเมื่อถึงสมัยฉู่อู๋อ๋อง เปี้ยนเหอ ได้นำหินก้อนเดิมไปให้ฉู่อู่อ๋องตรวจสอบ ผลปรากฏว่า ช่างหยกก็ยังแจ้งแก่ฉู่อู่อ๋องเช่นเดิมว่า เป็นเพียงก้อนหินธรรมดา ฉู่อู่อ๋องโกรธมากจึงสั่งให้ตัดเท้าขวาของเปี้ยนเหอและเนรเทศออกจากเมืองหลวง

เมื่อถึงสมัยฉู่เหวินอ๋อง ฉู่เหวินอ๋องทราบเรื่องก้อนหินของเปี้ยนเหอ จึงเรียกเปี้ยนเหอมาพูดคุย เปี้ยนเหอยืนยันว่าในหินก้อนนี้มีหยกแน่นอน ฉู่เหวินอ๋อง เห็นแก่ความพยายามของเปี้ยนเหอ จึงได้ให้ช่างหยกมาตรวจสอบและกะเทาะหินก้อนนี้ออก

เมื่อช่างหยกได้กะเทาะหินออกปรากฏว่าภายในหินเป็นหยกงามที่หาที่ใดไม่ได้อีกแล้ว ฉู่เหวินอ๋อง เห็นดังนั้นก็ได้ตั้งชื่อหยกนี้ว่าหยกเหอซื่อปี้ เพื่อเป็นเกียรติแก่เปี้ยนเหอผู้พบหยกชิ้นนี้

คิดว่าคุ้มไหมที่ยอมแลกเท้าสองข้างเพื่อพิสูจน์ก้อนหินก้อนนี้?

แสดงความคิดเห็นผ่าน Facebook

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Rating*