[29/06/2010] เตรียมพบกับกิจกรรมจากทางไทยสามก๊กได้ที่นี่เร็วๆนี้
[19/02/2009] ขอแสดงความยินดีกับ รองเว็บมาสเตอร์ไทยสามก๊ก พี่ Hamster กำลังจะเข้าสู่พิธีแต่งงาน กับ พี่ Lin Yuzhu ในวันที่ 25 พฤษภาคม 2552
[03/02/2008] ซานกว๋อโครนิคอลได้เข้ารวมเป็นส่วนหนึ่งกับเว็บไทยสามก๊กแล้ว
![]() ![]() |
Aug 29 2007, 08:57 AM
Post
#1
|
|
![]() 上官[ขุนนางผู้ใหญ่] Group: แม่ทัพนครหลวง Posts: 5,328 Joined: 9-December 06 From: แถวๆนี้ไง Member No.: 41 |
![]() คงไม่เป็นการดีแน่ ถ้าหากท่านอยากดื่มชา แต่ไม่รู้วิธีการชงชาที่ถูกต้อง หลายท่านติดใจในกลิ่นและรสชาดชาที่ทางร้านจำหน่ายชาให้ลองชิม จนท่านตัดสินใจซื้อ แต่เมื่อนำมาชงแล้ว กลับได้รสชาดที่ไม่เหมือนกัน นั่นเป็นเพราะว่าท่านอาจจะยังไม่รู้เทคนิคบางอย่างในการชงชาก็เป็นได้ ขั้นตอนในการชงชาอูหลง 1. ใส่ใบชาลงในกาชาประมาณ 1/6 -1/4 ของปริมาตรกา 2. รินน้ำเดือดลงในกาครึ่งหนึ่ง เททิ้งทันที (ไม่ควรเกิน 5 วินาที) เพื่อล้างและอุ่นใบชาให้ตื่นตัว 3. รินน้ำเดือดลงในกาชาจนเต็มปิดฝากา ทิ้งไว้ประมาณ 45 - 60 วินาที 4. รินน้ำชาลงในแก้วดื่ม (การรินแต่ละครั้ง ต้องรินน้ำออกให้หมดกา มิฉะนั้นจะทำให้น้ำชาที่เหลือคากามีรสขม ฝาดมากขึ้น เสียรสชาด) ใบชาสามารถชงได้ 4 - 6 ครั้ง และในการชงแต่ละครั้งให้เพิ่มเวลาครั้งละประมาณ 10-15 วินาที การชงชาให้รสชาติดีมีข้อสำคัญหลัก 4 ประการ ดังนี้ : 1. ปริมาณใบชา : จะใช้ใบชาเท่าไรนั้นขึ้นอยู่กับลักษณะของใบชา เช่น ชาที่มีรูปกลมแน่น กลมหลวม หรือเป็นเส้น ถ้าใช้ชาที่มีลักษณะกลมแน่น จะใช้ชาใน ประมาณ 25% ของกาชา ใบชาเมื่อแช่อยู่ในน้ำร้อนจะเริ่มคลายตัวทีละน้อยจนเป็นใบชัดเจน ถ้าใส่มากเกินไปจะทำให้การคลายตัวไม่สะดวก รสชาดที่ชงออกมาก็จะไม่ได้ตามมาตรฐานของชานั้นๆ และเป็นการเสียของ ใบชาเมื่อคลายออกเต็มที่ ควรจะมีปริมาณ 90% ของกาชา อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนด้วยว่า ต้องการรสชาดเข้มข้นมากน้อยเพียงใด และขึ้นอยู่กับคุณภาพของใบชาแต่ละชนิดด้วย 2. อุณหภูมิน้ำ : น้ำที่ใช้ชงชาไม่จำเป็นที่ต้องใช้น้ำร้อน 100 องศาเซลเซียส แต่ต้องดูว่าจะชงชาประเภทใด เช่น - อุณหภูมิน้ำ 90 องศาเซลเซียสขึ้นไป เหมาะสำหรับชงชาที่มีรูปทรงแน่นกลมแข็ง - อุณหภูมิน้ำ 80-90 องศาเซลเซียส เหมาะสำหรับชาที่มีรูปทรงบอบบางแตกหักง่าย หรือชาที่มีใบอ่อนมาก - อุณหภูมิน้ำต่ำกว่า 80 องศาเซลเซียส ใช้ชงกับชาเขียวทั่วๆ ไป 3. เวลา : การที่ใช้เวลานาน หรือไม่นานนั้น จะบอกได้ว่า น้ำชาจะมีรสอ่อนหรือแก่ โดยปกติ ชาประเภททรงกลมแน่นจะใช้เวลาในการชงครั้งแรกประมาณ 45-60 วินาที ครั้งต่อๆ ไปเพิ่มเป็น 10-15 วินาที/ครั้ง 4. กาชา : กาที่ใช้ควรเป็นกาที่ทำจาก ดินเผา กาดินเผาจะเก็บความร้อนได้ดีกว่า และให้การตอบสนองดีกว่ากาที่ทำจากวัสดุอย่างอื่น การที่จะชงชาให้ได้รสชาติดีนั้น ไม่ใช่ว่าจะขึ้นอยู่กับสิ่งสำคัญหลัก 4 ประการนี้เท่านั้น แต่จะต้องมีการหมั่นฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ จนให้รู้ถึงจุดเด่นของชาแต่ละชนิด และเพราะความชอบของแต่ละคนไม่ค่อยเหมือนกัน บางคนชอบรสอ่อน นุ่มนวล บางคนชอบรสขมฝาด หนักแน่น แตกต่างกันไปตามความเคยชิน และสภาวะทางสังคมนั้นๆ เมื่อได้ดื่มชามากขึ้นๆ ก็จะทำให้รู้ซึ้งถึงศิลปะการชงชามากขึ้น จะทำให้มีเพื่อนฝูงมากขึ้น มีสังคมที่กว้างขึ้น และจะเป็นผลถึงความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน และเพราะในใบชามีคุณประโยชน์มากมายต่อร่างกาย ดังนั้นการดื่มชาจะช่วยให้มีสุขภาพและพลานามัยที่สมบูรณ์ มีสุขภาพจิตที่ดี ซึ่งจะเป็นผลดีต่อครอบครัว สังคม และประเทศชาติต่อ |
|
|
|
Aug 29 2007, 09:09 AM
Post
#2
|
|
![]() 漢官[ขุนนางสำนักฮั่น] Group: แม่ทัพนครหลวง Posts: 1,382 Joined: 8-December 06 Member No.: 17 |
เปิดฝาตู้เย็นใน 7-11 หยิบชามา 1 ขวด
ไปที่เคาเตอร์จ่ายเงิน เปิดฝา กินได้เลย |
|
|
|
Sep 3 2007, 03:20 PM
Post
#3
|
|
|
ขุนนางประจำตำหนักจีน Group: ขุนนางพิเศษ Posts: 173 Joined: 22-April 07 Member No.: 1,313 |
เครือ ซี พี เจ้าของ 7-11 เขาก็มี ชาอูหลง ขายในชื่อ เจิ่ง ต้า (เจียไต๋) ทั้งนี้เพราะ ชาขวด (ส่วนใหญ่ป็นน้ำ + กลิ่น หรือ เอสเซนเชียล ออยของชา) เป็นผลิตผลเพื่อเด็กรุ่นใหม่ (ไร้รส... *_*) แต่อูหลงนะ เขาไว้ขุดเงิน ของคนแก่หน่อย และก็พอจะรู้รสชาติชีวิตมาบ้าง ชาอูหลงสักแก้ว จะฝึกการรอคอย เราต้องให้เวลากับมัน พร้อมกับการเจรจาผูกมิตร และที่สำคัญ รสฝื่นขม ของชาที่ผ่านลำคอ สักพักจะให้ความรู้สึกชุ่มชื่น พร้อมกลิ่นหอมละมุนของชา ที่ .. ชาจั้งใส่ขวดไม่เคยให้กับคนที่ดื่มกิน ... ว่างวันไหนมาจิบชากันนะ ไม่ลวกปากหรอก |
|
|
|
Sep 3 2007, 03:36 PM
Post
#4
|
|
|
上官[ขุนนางผู้ใหญ่] Group: ชาวเมืองไทยสามก๊ก Posts: 5,453 Joined: 9-December 06 Member No.: 35 |
เรียนถามท่านผู้เตรียมเฒ่า ไม่ทราบว่า เค้าทีขายที่ไหนครับ 7-11 มีไหม -.-
|
|
|
|
Sep 3 2007, 04:10 PM
Post
#5
|
|
|
士兵 [ทหารหาญ] Group: ชาวเมืองไทยสามก๊ก Posts: 180 Joined: 20-August 07 From: TV3 NEWS RAMA4 Member No.: 3,074 |
ผมเคยไปชิมชาอู่หลงที่ร้าน โชคดีติมซำ...(เคยไปกินกันมั้ยครับ?)
ตอนนั้นไม่เคยเห็นก็ลองสั่งดูครับเพราะเห็นเขียนไว้ว่า ชาอูหลง 300 บาท(แพงมั้ย?) โอ้โห...เห็นวิธีการชงแล้วเรียกว่าคุ้มราคาครับ...น้ำที่ใช้ต้มชานี่เรียกว่า เดือดพล่าน...แล้วคนชงก็ใส่ชุดจีนเสียด้วย...แก้วชาที่ใช้ก็สวยงาม มีรูปพี่น้อง เล่าปี่ กวนอู เตียวหุย กำลังสาบานที่สวนดอกท้อ... เขาเริ่มต้นด้วยการนำใบชาแบบสดๆ วางลงในเถา แล้วตักน้ำเดือดร้อนราดลงไป แล้วนำเอาถ้วยชาคว่ำลงไป พลิกไปพลิกมา หอมหวนยวนใจมากๆ พอได้ชิมก็รู้เลยว่า ชาที่ดี กับ ชาทั่วๆไป มันช่างแตกต่างกันนัก!! |
|
|
|
Sep 3 2007, 04:27 PM
Post
#6
|
|
|
漢官[ขุนนางสำนักฮั่น] Group: นักโทษประจำเว็บ Posts: 3,130 Joined: 9-March 07 From: DemonHill School Member No.: 631 |
ผมชอบน้ำเบญมาศ ไม่ใส่น้าตาล มันไม่อร่อยนะ แต่ผมก็ดื่มเรื่อยๆ ลวกปากก็ไม่พอง
|
|
|
|
Sep 4 2007, 12:46 PM
Post
#7
|
|
|
ขุนนางประจำตำหนักจีน Group: ขุนนางพิเศษ Posts: 173 Joined: 22-April 07 Member No.: 1,313 |
ชาชง ของซีพี เค้าใช้ชื่อว่า เจิ่งต้าหมิงฉา หาในเซเว่นน่าจะมี แต่ เหะ เหะ.. เพื่อนที่ชอบชาก็ยังไม่ยอมรับในรสของชานี้อนู่ดี ชาชงไม่ลวกคอหรอก เพราะหากเป็นการชงชาในวงสนทนา เค้าจะชงใส่ จอก ใบกระจิ๋ว แล้วธรรมเนียมในการดื่มชาเขาก็ใช่จะดื่มกินทันทีที่รินเสร็จ แต่เขาจะรินทิ้งไว้บนถาดใส่จอกสักครู่ ขณะที่พูดคุยกันไป เมื่อคะเนว่าชาเริ่มจะเย็นลงแล้ว จึงจะเชิญดื่มกัน ซึ่งเราก็ไม่จำต้องซดดื่มกันทันที แต่ให่เอาจอกมาจรดปากก่อน ถ้ายังรู้สึกร้อนอยู่ก็เป่าลมช่วยเบาๆ ปั๊บเดียวน้ำชาก็เย็น เพราะเขารินกันแต่น้อย แต่จิบเอากลิ่นชา และความรู้สึกชุ่มชื่นคอเป็นสำคัญ (จะได้คุยกันนานนาน...) |
|
|
|
Sep 4 2007, 01:36 PM
Post
#8
|
|
![]() 漢官[ขุนนางสำนักฮั่น] Group: แม่ทัพนครหลวง Posts: 1,382 Joined: 8-December 06 Member No.: 17 |
|
|
|
|
Sep 4 2007, 10:20 PM
Post
#9
|
|
![]() 士兵 [ทหารหาญ] Group: ชาวเมืองไทยสามก๊ก Posts: 40 Joined: 3-September 07 Member No.: 3,327 |
|
|
|
|
Sep 5 2007, 01:35 PM
Post
#10
|
|
|
ขุนนางประจำตำหนักจีน Group: ขุนนางพิเศษ Posts: 173 Joined: 22-April 07 Member No.: 1,313 |
บ้านที่ค้าขายนะผมอยู่ ใกล้วัดญวน ที่ซอย "ป่าช้าหมาเน่า" ซึ่งเป็นซอยเชื่อมต่อกับ "ตรอกกะทะ" (ทั้งหมดเป็นชื่อซอยโบราณบนถนนเยาวราช เพราะ ยังไงจูก็คงไม่รู้จัก หรอก ฮิ ฮิ) แต่ถ้ามาถูก จะพาไปเลี้ยงที่ร้านก๋วยเตี๋ยวอั่งม้อเลย จริง จริงนะ (ใกล้ ถูก และประหยัด) ส่วนเก๊กฮวย ผมก็ชอบ เมื่อก่อนเห็นแม่ผมเขาต้มกับราก "เหม่ากึง" นัยว่าช่วยให้สีและเพิ่มประสิทธิภาพทางยา |
|
|
|
Sep 5 2007, 01:45 PM
Post
#11
|
|
|
ขุนนางประจำตำหนักจีน Group: ขุนนางพิเศษ Posts: 173 Joined: 22-April 07 Member No.: 1,313 |
เมื่อผมยังเด็ก พวกนายฝรั่งของบริษัทซัพพลายสินค้าให้ เค้าจะมาตรวจตลาด กับเยี่ยมลูกค้าที่เยาวราชปีละครั้งสองครั้ง พวกนี้เวลาเข้าร้านคนจีนล้วนแต่สามารถชงและเข้าใจธรรมเนียมการเลี้ยงชา(กังฮูแต๊)กัน
เป็นอย่างดีทุกคน นัยว่า พอพวกเค้ามาถึงกรุงเทพในยุคนั้น ล้วนแต่ต้องนั่งฝึกชงและดื่มชากันคนละหลายๆชั่วโมงกันทั้งนั้น พอระบบการค้าแบบจีนทั้งในสามเพ็งและเยาวราชล่มในราวปี 2520 เรื่องการชงชาแต้จิ๋ว หรือ กังฮูแต๊ เลยกลายเป็นเรื่องแปลกของคนยุคเรา |
|
|
|
Sep 5 2007, 01:57 PM
Post
#12
|
|
|
ขุนนางประจำตำหนักจีน Group: ขุนนางพิเศษ Posts: 173 Joined: 22-April 07 Member No.: 1,313 |
ทุกวันนี้ หากมาเยาวราช ก็ยังมีที่ที่เราจะไปนั่งดื่มชาอูหลงกันได้ ในราคาไม่แพงนัก ที่ชั้นสองของตึกพิชัยญาติ หรือโลตัสเยาวราช(คาเธ่ย์เก่า) แต่นั่นเขาชงและเสริฟชา ในรูปแบบและธรรมเนียมต่างไปจากอดีต เพราะเขาเสริฟมาในจอกเซรามิกทรงสูง พอดื่มเสร็จ ก็จะมีธรรมเนียม ยก ก้นจอก ขึ้นดมหาความหอมของกลิ่นชา เป็นที่พิลึกกึกกือ |
|
|
|
Sep 5 2007, 04:05 PM
Post
#13
|
|
![]() 漢官[ขุนนางสำนักฮั่น] Group: แม่ทัพนครหลวง Posts: 1,382 Joined: 8-December 06 Member No.: 17 |
บ้านที่ค้าขายนะผมอยู่ ใกล้วัดญวน ที่ซอย "ป่าช้าหมาเน่า" ซึ่งเป็นซอยเชื่อมต่อกับ "ตรอกกะทะ" (ทั้งหมดเป็นชื่อซอยโบราณบนถนนเยาวราช เพราะ ยังไงจูก็คงไม่รู้จัก หรอก ฮิ ฮิ) แต่ถ้ามาถูก จะพาไปเลี้ยงที่ร้านก๋วยเตี๋ยวอั่งม้อเลย จริง จริงนะ (ใกล้ ถูก และประหยัด) ส่วนเก๊กฮวย ผมก็ชอบ เมื่อก่อนเห็นแม่ผมเขาต้มกับราก "เหม่ากึง" นัยว่าช่วยให้สีและเพิ่มประสิทธิภาพทางยา ถึงไปซอยถูกก็มะรู้ร้านไหนอยู่ดีแหละค่ะ เรื่อง(หลง)ทางสำหรับจูสบายมาก เดินไปเรื่อยๆ เด๋วก็เจอ ชินซะแล้ว ไปไหนก็หลง เดินจนชิน ขับรถก็หลงเหมือนกัน อิอิ ชอบเก๊กฮวยมากๆ เมื่อก่อนอากงเปิดร้านขายยาอยู่ดินแดง จะมีเก็กฮวยแช่ไว้ขาย อิอิ แต่จูไม่ชอบเวลาคนไทยต้ม เค้าทำหวาน หวานมากจนมันจะกลายเป็นน้ำเชื่อมอยู่แล้ว -*- 2520 จูจูยังไม่เกิดเลย -0- |
|
|
|
Sep 6 2007, 02:04 PM
Post
#14
|
|
|
ขุนนางประจำตำหนักจีน Group: ขุนนางพิเศษ Posts: 173 Joined: 22-April 07 Member No.: 1,313 |
ช่วง ปี 2520 มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างกับสังคมชาวจีนในประเทศไทย เพราะเป็นช่วงหลังการปฏิวัติ จำได้ว่า เวลานั้น พวกจมูกบานเค้าออกกฎหมายกีดกัน ไม่ให้สิทธิ์เลือกตั้งกับลูกจีนที่ไม่จบ ป.ตรี รัฐบาลขณะนั้น (เรียกรัฐบาลหอย) เข้มงวดกับโรงเรียนจีนให้ใช้แต่แบบเรียนภาษาจีนของรัฐ แต่ว่าท่านปล่อยให้หนังสือขาดตลาด จนกระทั่งถูกรัฐบาลเกรียงศักดิ์สะกิดให้ออกจากตำแหน่ง จำได้ว่า พี่สาวที่เป็นครูจีน ต้องตกงานเลยแหละ ยุคนั้น เป็นยุคเข็ญของลูกจีน เพราะสื่อของรัฐปล่อยให้พวกตลก เอาบุคลิกความเป็นจีนมาล้อเป็นที่สนุกและเสรี เวลานั้น (ซึ่งเป็นยุควัยรุ่นของพ่อแม่พวกเราหลายคน)ลูกจีนหลายๆคนอายที่เกิดในครอบครัวคนจีน ขณะเดียวกัน พวกบริษัทฝรังที่เป็นเจ้าของโภคภัณฑ์ ก็ปฏิวัติระบบจัดส่ง โดยการไปตั้งศูนย์ส่งสินค้าตามภูมิภาคต่างๆ ซึ่งนั้น มีผลปิดฉาก "สามเพ็ง" ในฐานะศูนย์กลางการค้าของประเทศไปในทันที นับแต่นั้น การเรียนภาษาจีนในไทยก็เข้าสู่ยุคมืด เพราะแต่ก่อนหลายครอบครัว ส่งเสริมให้ลูกหลานเรียนจีนเพียงหวังจะได้แทรกตัวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของสามเพ็ง ซึ่งถือว่าเป็นมหาวัทยาลัยชีวิตในเวลานั้น |
|
|
|
Sep 6 2007, 03:55 PM
Post
#15
|
|
![]() 漢官[ขุนนางสำนักฮั่น] Group: แม่ทัพนครหลวง Posts: 1,382 Joined: 8-December 06 Member No.: 17 |
จำได้ว่าตอนเด็กๆ พวกคนไทย อิสลามแถวบ้าน ชอบล้อว่า "ยัยเจ๊กตูดงอน" "ยัยหมวยตาตี่" "เจ๊กเผือก" ประจำเลย
(อ่ะโด่ จริงๆ แล้วอิจฉาเราอ่ะดิที่ขาว หมวย สวย อึ๋ม อิอิ) เคยไปสามเพ็งครั้งนึง ขายของแบบยกโหลเยอะมาก แต่ก็มีไม่กี่ร้านเอง เยาวราชที่เคยจินตนาการไว้ก็คนเยอะกว่านี้ แต่จริงๆ แล้ว เหลือแต่ตึกเก่าๆ บ้านร้างที่ประตูยังเป็นแบบโบราณอยู่ |
|
|
|
Sep 7 2007, 01:32 PM
Post
#16
|
|
|
ขุนนางประจำตำหนักจีน Group: ขุนนางพิเศษ Posts: 173 Joined: 22-April 07 Member No.: 1,313 |
เช้านี้ตอนมาร้าน เห็นเขากำลังเตรียมงานเพื่อชวนคนมาเที่ยวเยาวราชเป็นที่คึกคัก อยู่ตรงหัวถนน สารภาพเลยนะ ผมรู้สึกสังเวชใจกับกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวฯ พวกนี้เสียจริง กับถนนที่มีรถติด วิ่งส่งกลิ่นเหม็น และแย่งเบียดพื้นผิวจราจรกับคนที่จำต้องลงมาเดินร่วมด้วย ขณะที่บนฟุตบาทปล่อยให้ตั้งวางของกันระเกะระกะ วันดีคืนร้าย ยังมีกรณี ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก เพราะมือคนต่างถิ่นแกว่งไปลงเตาขายขนม แล้วอย่างงี้ มันน่าเที่ยวยังไง ? ใครตอบผมที |
|
|
|
Sep 7 2007, 05:34 PM
Post
#17
|
|
![]() 漢官[ขุนนางสำนักฮั่น] Group: แม่ทัพนครหลวง Posts: 1,382 Joined: 8-December 06 Member No.: 17 |
จูเคยไปเยาวราชนับครั้งได้เลย
ครั้งแรก ตอนอยู่ในท้องแม่ ครั้ง 2 ป้าพาเที่ยว พาหุรัต เยาวราช ครั้ง 3 ไปกับแม่วันตรุษจีน ครั้ง 4 ไปกับ หาซื้อยาจีน ครั้ง 5 ป๊าพาไปกินข้าวตอนกลางคืน ครั้ง 6 ไปกับทีมไทยสามก๊ก คือ ในความคิดจูมันไม่ต่างจากตลาดสดสักเท่าไหร่ ตอนเด็กๆ คิดว่าจะมีสินค้าจีนเยอะ (จินตนาการเอาเอง) แต่มีอย่างนึงที่จูไปเจอครั้งแรกที่เยาวราช ตอนไปกับแฟน อิอิ กลิ่นมันหอมมากเลย เดินตามกลิ่นไป เจอยายคนนึงหาบสาแหรกมาวางไว้มุมถนน ถามยายว่าที่ยายปิ้งอยู่อะไรเหรอ ยายบอกว่า มัน จูจูอึ้งไปเป็นนาที นึกยังไงก็เคยเห็นแต่มันสีม่วงเล็กๆ ไม่ก็เหลืองแต่มันเล็กอ่ะ แต่ที่ยายปิ้งมันใหญ่มากเลย อึ้งก็อึ้ง แต่ก็ซื้อมากิน อาหย่อยมักๆ หอมดี กลับบ้านมาถามหม่าม้า หม่าม้าบอกว่ามันเป็นมันสำปะหลัง คนละอย่างกับมันต้มที่เห็นทั่วไป หลังจากนั้นไปเยาวราชก็ไม่เห็นคนขายอีกเลย ถ้ามีขนมหวาน สินค้าแปลกๆ จากจีนมาขายเยอะๆ ก็คงดี ตอนจูไปเมืองจีนที่โน่นขนมเยอะมาก ทำจากผักพื้นบ้านทั่วไป จูพูดจีนไม่ได้ ไม่งั้นจะถามสูตร เอากลับมาทำแระ แง่มๆ ไป 10 วันน้ำหนักขึ้นมา 5 โล T^T |
|
|
|
Sep 8 2007, 05:03 PM
Post
#18
|
|
|
漢官[ขุนนางสำนักฮั่น] Group: นักโทษประจำเว็บ Posts: 3,130 Joined: 9-March 07 From: DemonHill School Member No.: 631 |
ไม่ทราบว่าที่เยาวราช มี เนื้อวัวตากแห้งมะครับ สีดำๆ ใครรู้บอกหน่อย สงสัยจะไม่มี ค่อนข้างแพงครับ โลนึงประมาณ 500 กว่าได้
|
|
|
|
Sep 8 2007, 06:22 PM
Post
#19
|
|
![]() 漢官[ขุนนางสำนักฮั่น] Group: นักโทษประจำเว็บ Posts: 3,317 Joined: 7-December 06 Member No.: 13 |
ช่วง ปี 2520 มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างกับสังคมชาวจีนในประเทศไทย เพราะเป็นช่วงหลังการปฏิวัติ จำได้ว่า เวลานั้น พวกจมูกบานเค้าออกกฎหมายกีดกัน ไม่ให้สิทธิ์เลือกตั้งกับลูกจีนที่ไม่จบ ป.ตรี รัฐบาลขณะนั้น (เรียกรัฐบาลหอย) เข้มงวดกับโรงเรียนจีนให้ใช้แต่แบบเรียนภาษาจีนของรัฐ แต่ว่าท่านปล่อยให้หนังสือขาดตลาด จนกระทั่งถูกรัฐบาลเกรียงศักดิ์สะกิดให้ออกจากตำแหน่ง จำได้ว่า พี่สาวที่เป็นครูจีน ต้องตกงานเลยแหละ ยุคนั้น เป็นยุคเข็ญของลูกจีน เพราะสื่อของรัฐปล่อยให้พวกตลก เอาบุคลิกความเป็นจีนมาล้อเป็นที่สนุกและเสรี เวลานั้น (ซึ่งเป็นยุควัยรุ่นของพ่อแม่พวกเราหลายคน)ลูกจีนหลายๆคนอายที่เกิดในครอบครัวคนจีน ขณะเดียวกัน พวกบริษัทฝรังที่เป็นเจ้าของโภคภัณฑ์ ก็ปฏิวัติระบบจัดส่ง โดยการไปตั้งศูนย์ส่งสินค้าตามภูมิภาคต่างๆ ซึ่งนั้น มีผลปิดฉาก "สามเพ็ง" ในฐานะศูนย์กลางการค้าของประเทศไปในทันที นับแต่นั้น การเรียนภาษาจีนในไทยก็เข้าสู่ยุคมืด เพราะแต่ก่อนหลายครอบครัว ส่งเสริมให้ลูกหลานเรียนจีนเพียงหวังจะได้แทรกตัวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของสามเพ็ง ซึ่งถือว่าเป็นมหาวัทยาลัยชีวิตในเวลานั้น แย่เลย มิน่า ป๊าถึงไม่ให้อากงตั้งชื่อจีนให้ มันน่าอับอายขนาดนั้นเลยเหรอ |
|
|
|
Sep 9 2007, 09:32 AM
Post
#20
|
|
![]() 漢官[ขุนนางสำนักฮั่น] Group: แม่ทัพนครหลวง Posts: 1,382 Joined: 8-December 06 Member No.: 17 |
จะว่าไปก็จริงอย่างแบงค์พูดนะ
มีจูจูคนเดียว ที่เป็นลูกสาวคนโต มีชื่อจีน น้องที่เหลือมีแต่ชื่อเล่นคำเดียว |
|
|
|
![]() ![]() |
| Lo-Fi Version | Time is now: 3rd September 2010 - 07:15 PM |