ลกซุน - Lu Xun A.D. 183-245

 

ลู่ซุน (เล็กซุง..พ.ศ. 726 - พ.ศ. 788) เดิมชื่อว่า อี้ (หงี) ภายหลังเปลี่ยชื่อเป็น ซุน (ซุง) จื้อ ไป่เหยียน (เปะงั๊ง) เป็นคนชาวเมือง อู๋กุ้ยอู๋เสี้ยน (โง่วกุ๋งโง่วกุ่ย) ปัจจุบันคือเมือง ซูโจว (โซวจิว) ในมณฑล เจียนซู

ลกซุน เกิดมาในตระกูลอิทธิพลมีชื่อเสียงโด่งดังประจำท้องถิ่นดินแดน เจียนจง (กังตัง..กังตั๋ง)

ปู่ ลู่ยู่ (เล็กอู) ในปลายรัชสมัยราชวงศ์ ฮั่น เป็นขุนนางในตำแหน่งนายทวารกำแพงเมือง

บิดา ลู่จุ้น (เล็กจุ่ง) มีตำแหน่งเป็นเจ้าเมือง จิ่วเจียน (กิ๋วกัง) ลกซุน กำพร้าบิดาเมื่อมีอายุ 10 ขวบ พร้อมด้วยมารดาอยู่ในความดูแลของ ปู่ ลู่คัน (เล็กคัง)

ขณะนั้น ลู่คัน มีตำแหน่งเป็นเจ้าเมือง ลู่เจียน (โล่วกัง..โลกัง) ลู่ซุน จึ่งเจริญเติบโตในจวนของเจ้าเมือง

ลกซุน เมื่อวัยเด็กเฉลียวฉลาด หูตาสว่าง มีความสามารถในการจัดการและปกครอง เมือวัยหนุ่มเป็นผู้มีชื่อเสียงคนหนึ่งใน กังตั๋ง

ลกซุน เมื่ออายุ 21 ปี เป็นมหาดเล็กประจำกายของ ซุนกวน คอยฟังคำสั่งและนำไปถ่ายทอดให้เหล่าขุนนางจัดการ และได้รับตำแหน่งเจ้ากรมนา ไปจัดการควบคุมการทำนา ณ เมือง ไห่ชาน (ไห่เชียง) พร้อมควบตำแหน่งเจ้าเมือง ไห่ชาน

ต่อมา เมือง ไห่ชาน เกิดข้าวยากหมากแพง ลกซุน ได้สั่งให้เปิดยุ้งฉางหลวง นำข้าวปลาอาหารแจกจ่ายแก่ชาวบ้านประทังความหิวโหย

ขณะเดียวกัน ณ เมือง อู๋กุ้ย (โง่วกุ่ย..งอกุ๋น), ฮุ่ยจี (ห่วยกี..ห้อยแข), ตันหยาน (ตังเอี้ยง..ตองเอี๋ยน), เหล่าชาวเมืองต่างอพยพหนีมาพึ่งเย็น

ลกซุน สั่งการให้มีการสำรวจสำมโนประชากร และเพื่อแก้ความอดอยากแก่เหล่าประชาชน ลกซุน สั่งให้มีการทดน้ำ จัดการที่ทางในการทำนา

ขณะนั้น มีโจรภูเขา นำโดยหัวหน้าโจร พานหนิน (พัวเล้ง) ได้ก่อการสร้างความเดือดร้อนแก่เหล่าประชาชนเป็นเวลา หลายปี ทางราชการมิสามารถแก้ไขได้

ลกซุน จึงได้ยกทัพไปปราบ สร้างความสุขสงบอยูพักหนึ่ง

แต่มินานนายทัพขุนโจรแห่ง พานหยาน (พัวเอี้ยง) ได้ลุกฮือขึ้นก่อการอีก ลกซุนก็ได้นำกองทัพไปปราบปรามอีกจนราบคาบ มีความดีความชอบ ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นแม่ทัพ ติ้นเว่ยเจียนจวิน (เตี้ยงงุ่ยเจียงกุง..แม่ทัพผู้พิทักษ์ความสงบ)

ด้วยประสบการณ์การรบทัพจับศึกหลายครั้ง ชื่อเสียงการรบของ ลกซุน เริ่มลือกระฉ่อน เป็นที่นับถือและรักใคร่ของ ซุนกวน

ซุนกวน จึ่งได้ยกบุตรีของพี่ชาย ซุนเซ็ก เป็นภรรยาของ ลกซุน และได้ร่วมปรึกษาการปกครอง นโยบายทางการเมืองกับ ลกซุน และได้แต่งตั้งเขาในตำแหน่ง อิ้วโตวตู๋ (อิ๋วโตวตก..ผู้ช่วยการปกครองฝ่ายขวา)

มินาน นายทัพโจรแห่ง ตองเอี๋ยง ได้รับการยุยงจากกองทัพของ เชาเว่ย (โจโฉ) ลุกฮือขึ้นก่อการ

โดยร่วมมือกับชาวเผ่าภูเขา ซานเย่ว์ (ซัวอวก) และสมทบกับกองทัพของ เชา ร่วมก่อการดินแดน ง่อ

ซุนกวน ได้ใช้ ลกซุน เป็นแม่ทัพหน้าไปกำหราบ กองทัพของข้าศึกนั้นมีกำลังเข้มเข็งยิ่งใหญ่ แต่แม่ทัพ ลกซุน มีกำลังทหารม้าเพียงน้อยนิด

ลกซุน ได้ใช้กลศึกอันแยบยลตามตำราพิชัยสงคราม ใช้ทหารกระจายไปทั่วตามภูเขาลำเนาไพร ย่ำกลองศึกและเป่าเขาสัตว์ในยามกลางคืน ลวงข้าศึกว่าตนมีกองกำลังอันยิ่งใหญ่

และได้ใช้แผนต่าง ๆ ตามกลยุทธ์กำจัดกวาดล้างกองกำลังของผู้ก่อการ

ลกซุน ได้ใช้แผนอันยิ่งใหญ่หลอกให้เหล่าชาวเขาเข้ามาสวามิภัคดิ์รวบรวมเป็นกองกำลังได้นับหมื่นคน และให้สัญชาติเป็นพลเมืองชาว ง่อ

เจ้าเมือง ห้อยแข ซุนอู (ซุ่งอู) ได้ถวายฎีกาต่อ ซุนกวน ว่า ลกซุน กำลังเอาใจออกห่าง ลกซุน ทราบข่าวภายหลัง จึงได้เข้าหา ซุนอู อธิบายแผนการศึกของตนให้เข้าใจ

แต่ ซุนกวน ยังคงเชื่อใจ ลกซุน แต่ภายนอกแสร้งชมเชย ซุนอู ว่ามีความเอาใจใส่ต่อการปกครองราษฎร

ฤดูใบไม่วง ศักราช เจี้ยนอัน ปีที่ 24 พ.ศ. 762 ลิบอง ได้กลับมา ณ เมือง เจี้ยนเย่ว์ ด้วยความป่วยไข

ลู่ซุน (เล็กซุน..ลกซุน) ได้มาเยี่ยมไข้ ได้ปรึกษากันหาวิธีจับ กวนอู เพื่อยึด เกงจิ๋ว คืน ลิบอง กำลังป่วยไข้ ได้แนะนำ ลกซุน ให้ไปเฝ้ารักษาเมือง ลู่โข่ว (เล็กเข้า)

ซุนกวน จึ่งได้แต่งตั้ง ลกซุน ในวัย 36 ปี เป็นรองแม่ทัพฝ่ายขวา เพียนเจียนจวิน (เพียงเจียงกุง)

เมื่อ ลกซุน ไปเฝ้ารักษาเมือง ลู่โข่ว ได้เพียรเขียนหนังสือยกยอถึง กวนอู และกล่าวว่า ตนเองได้เพิ่งมารับหน้าที่ใหม่ ๆ ขอให้ กวนอู ช่วยสอนสั่ง และได้ตักเตือน กวนอู ระมัดระวังกองทัพของ โจโฉ ทางเหนือ

กวนอู เห็นหนังสือนั้น คิดเห็นว่า ลกซุน วัยเด็กมีความเจียมตัวถ่อมเนื้อถ่อมตัว จึ่งมีความดูแคลนในตัว ลกซุน มิระวังป้องกันทางฝ่าย ก๊กง่อ

ได้ยกกองทัพทั้งหมดไปบุกโจมตีทางเหนือเป็นกองหน้า ลกซุน ได้รีบรายงานต่อ ซุนกวน

ซุนกวน จึ่งได้สั่ง ลิบอง และ ลกซุน บุกโจมตี เกงจิ๋ว พร้อมกันเป็น 2 ทาง

เดือนที่ 11 ลกซุน ได้นำกองทัพบุก เกงจิ๋ว โดยตรง โดยมุ่งหน้าไปสู่เมือง กงอัน, นำกุ๋น, โดยมีตำแหน่งเป็นผู้ตรวจการ อี้ตู (งี่โตว) และเป็นแม่ทัพ ฟู่เปียนเจียนจวิน (บู่เปียวเจียงกุง..แม่ทัพป้องกันชายแดน) เป็นเจ้าเมือง หวาถินโฮ่ว (ฮั่วเท่งโหว)

ดั่งนั้น ลกซุน ได้ยกทัพบุกยึด ฝานหลิน (ปั่งเล้ง), หนานเซียน (น่ำเฮีย), ฯ ล ฯ

และใช้อุบายวิธีฆ่าฟันทหาร จ๊กก๊ก ตายนับหมื่น ซุนกวน ได้แต่งตั้งเลื่อนตำแหน่ง ลกซุน เป็นแม่ทัพ อิ้วฟู่จวิน (อิ๋วหูกุง..แม่ทัพฝ่ายขวา), เตี้ยนซีเจียนจวิน (เตี้ยงไซเจียงกุง..แม่ทัพผู้พิทักษ์ตะวันตก), และแต่งตั้งเป็นเจ้า ควบคุมแดน เกงจิ๋ว

เดือนที่ 7 ศักราช เจียนอู่ (เจียงบู้) ปีที่ 1 พ.ศ. 764 เล่าปี่ ได้ยกกองทัพ 400,000 กว่าคนมาบุกโจมตีดินแดน ตังง่อ

ซุนกวน ได้แต่งตั้ง ลกซุน วัย 38 ปีเป็นแม่ทัพใหญ่ โดยมีนายทัพ เจี้ยจั๋ว (เกี่ยจัก), ตู๋จูหยาน (ตก๊จูเยี้ยง), พานเจี้ยน (พัวเจี่ยง), ซ่งเจียน (ซ้องเคียม), ฮ่านตัน (หั่งตึง..ฮองต๋อง), ร่วมกันนำกองทัพ 50,0000 คนเข้าต่อต้าน

กองทัพ จ๊ก มีกำลังพลอันยิ่งใหญ่ เมื่อเริ่มสงครามยกแรก กองทัพ ตังง่อ ได้ละทิ้งเมือง อู่กุ้ย (บูกุ่ย), จี้กุ้ย (จี่กุ่ย) ร่วมกันรักษาค่ายทหารต้านศึกกับกองทัพ จ๊ก

โดยมีเหล่าทหารของชนเผ่าชาวเขา อู่ชีมั่ง (โหง่วโกยมั้ง) เข้ามาร่วมทำศึก

การบัญชากองทัพการวางแผนการศึกอยู่ในอำนาจความเด็ดขาดของ ลกซุน ลกซุนได้สั่งกองทัพของตนถอยทัพ ถอยไปได้ประมาณ 100 ลี้

มินาน ดินแดนส่วนใหญ่ก็ถูกกองทัพ จ๊ก ยึดไป

เดือนที่ 2 ศักราช หวงอู่ ปีที่ 2 พ.ศ. 765 กองทัพ จ๊ก ได้บุกตะลุยเข้ามาถึง อี้หลิน (อี่เล้ง..อิเหล็ง)

ลกซุ่น ได้สั่งกองทัพของตน มิต้องถดถอยอีกแล้ว แต่ให้ตั้งค่ายรับศึกอย่างมั่นคงเข็งแรง มิยอมบุกและมิยอมถอย

ขณะนั้น เหล่าขุนพลนายทัพของกองทัพ ง่อ ล้วนมีวัยอาวุโสกว่า ลกซุน ทั้งสิ้น ส่วนใหญ่เป็นนายทัพเก่าแก่ของ ซุนเซ็ก

มีบางคนต่างมิยอมฟังคำสั่งของ ลกซุน ยุยงให้ ลกซุน นำกองทัพออกสู้

แต่ ลกซุน ได้ชูดาบอาญาสิทธิ์ต่อเหล่าขุนศึก ตอบว่า

“ความสามารถของ เล่าปี่ นั้น เป็นพรสวรรค์ฟ้าทรงประทาน แม้นแต่ โจโฉ ยังคร้ามเกรง เขาจึงเป็นศัตรูคู่ศึกอันยิ่งใหญ่ของพวกเรา แม้นว่าข้ายังเป็นบัณฑิตหนุ่ม แต่ข้าได้รับอาญาสิทธิ์จากเจ้าผู้นำ เหล่าขุนนางทั่วประเทศจำต้องฟังคำสั่งของข้า เพราะข้าเพียงผู้เดียวมีอำนาจรับผิดชอบในการศึกนี้ หากมีผู้ใดมิยอมฟังคำสั่งของข้า จักต้องอาญาตามกฎอัยกาศึก”

บรรดาเหล่าขุนศึกของ ก๊กง่อ จึ่งจำต้องเชื่อฟังหนุ่มน้อย ลกซุน กองทัพ ง่อ มิยอมออกรบ ได้แต่คอยเฝ้าค่ายลูกดียว

กองทัพ จ๊ก จึ่งได้ตั้งค่ายเผชิญศึก ณ เจี้ยนผิน (เกี่ยงเพ้ง..ทางทิตะวันออกเฉียงใต้ของ อู่ซ่าน) ตลอดแนวถึง เฮ่าถิน (ฮ่อเต๊ง) ปัจจุบันอยู่ในแถบดินแดนทางใต้ของเมือง ฉานหยานเสี้ยน (เชี่ยงเอี่ยงกุ่ย) ตั้งค่ายเรียงรายทางฝั่งน้ำด้านใต้ ห่างกันยาว 10 สุ่น (สุง)

ประวัติศาสตร์ขนานนามว่า “ต้นไม้ใหญ่เรียงรายกัน 700 กว่าลี้”

ประวัติ ลกซุน (ต่อ)


ลกซุนเห็นลักษณะการตั้งค่ายเรียงรายของ เล่าปี่ เช่นนี้ จึงมีหนังสือกล่าวแก่ ซุนกวน ว่า

“ข้าน้อยเริ่มแรกนำทัพต้านศึก มีความหวั่นแกรงกองทัพทางบกทางเรือของข้าศึกนั้นยิ่งใหญ่ เกรงวาจักตั้งรับมิได้ แต่บัดนี้ กองทัพ จ๊ก ละเรือขึ้นฝัง ตั้งค่ายเรียงราย ละทิ้งฝั่งบนทำเลชัยภูมิมั่งคงมีประโยชน์ บัดนี้ความห่วงกังวลของข้าน้อยเริ่มลดลง..”

ลกซุน เริ่มทำศึกด้วยความมิพอใจของเหล่านายทัพผู้อาวุโสกว่า โดยอาศัยทำเลชัยภูมิของภูเขาเป็นที่ตั้งมั่น ตั้งค่ายรอรับศึกอย่างมั่นคง มิยอมออกรบ รอคอยเวลาหาจังหวะและโอกาส

ถึงเวลานี้ เดือนที่ 5 ที่ 6 กองทัพคู่ศึกทั้งสองตางตั้งค่ายโดยอาศัยทำเลภูเขาอันมั่นคงเผชิญหน้ากันท่ามกลางสายน้ำและทำเลเนินภูเขาเป็นเวลานาน 4 เดือนเศษ

กองทัพ จ๊ก ตั้งแต่ยกทัพตั้งแต่เริ่มเดินทาง ฟันฝ่าอุปสรรค์ ข้ามเขาแม่น้ำห้วยลำธารป่าทึบมาทำศึกกินเวลานานถึง 11 เดือน ต่างพากันท้อแท้หมดกำลังใจ

ขณะนั้น ตามป่าภูเขา ต้นไม้เขียวสดงดงาม แต่ก็มีความแห้งแล้ง เป็นที่ยำเกรงต่อพระเพลิง และด้วยประจวบกับฤดูร้อน ลมตะวันออกพัดเย็นกระหน่ำ ตามตำพิชัยสงคราม เหมาะแก่การโจมตีทางทิศตะวันออกสู่ตะวันตก

เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูร้อน เหล่าทหารของ จ๊ก ต่างพากันหลบออกจากทีมั่นตามเชิงเขาป่าเขาลำเนาไพร พากันออกมารับลมเย็นทางทิศตะวันออก ณ เนินโล่ง

ลกซุน เห็นว่า ได้โอกาสเวลาเอาพระเพลิงเผาผลาญข้าศึก เดือนที่ 6 ลกซุน ออกคำสั่งให้กองทัพ ง่อ 50,000 คน ร่วมมือกันจุดไฟทำลายข้าศึกโดยพร้อมเพียงกัน ค่ายทหารของกองทัพ จ๊ก 40 กว่าค่าย ล้วนถูกเผาทำลาย

เหล่านายทัพ จางหนาน (เตียน้ำ), ฟ่งซื่อ (พั่งซิก), และหัวหน้าชนเผ่า อู่จีม่ง (โหงวโคยมั้ง) เส้ามอเค่อ (เสี้ยวมอค่อ..สโมโข), ต่างพาทหารหนีออกจากค่าย ถูกประหารฟันศีรษะตาย

นายทัพ ตู้ลู่ (โต่วโล่ว), หลิวหลิน (เล่าเล้ง), มิมีทางสู้ต้องยอมจำนน

เล่าปี่ ได้หลบหนีขึ้นม้า บงการเหล่าทหารเตรียมรับศึก ลกซุนสั่งทหารล้อรอบทั้งสี่ด้าน กองทัพ จ๊ก พากันระส่ำระสาย ถูกฆ่าตายเป็นเบือนับหมื่น

เล่าปี่ สามารถฝ่าวงล้อมหลบหนีไปในเวลาค่ำคืน หนีไป ณ หวีเซี่ย (ฮู่แฮ่) กองทัพเรือของ เล่าปี่ พร้อมยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ล้วนถูกทำลายหมดสิ้นภายในชั่วคืน ซากศพลอยน้ำเกลื่อนกราด ลอยไปตามลุ่มใต้ลำน้ำ พ่ายแพ้เสียหายยับเยิน

เป็นอภิมหาสงครามในประวัติศาสตร์จีนที่ที่มิคอยได้พบเห็น หากวิเคราะห์กันว่า สงครามยุทธนาวี ณ เซ็กเพ็ก เป็นการริเริ่มฐานกะทะ 3 ขาของ สามก๊ก คือ วุย, จ๊ก, ง่อ,

สงครามประวัติ ณ สมรภูมิ อิเหล็ง ก็นับได้ว่าเป็นการเริ่มสิ้นสุดของกะทะ 3 ขาของ สามก๊ก แต่มหาอุปราช จูกัดเหลียง ยังคงตั่งมั่นอยู่ในดินแดน เกงจิ๋ว เขาได้มุ่งมั่นพิชิตภาคเหนือดินแดน วาน (อ่วง), และ ลั่ว, แต่ก็ประสบความพ่ายแพ้เช่นเดียวกัน

ซึ่งการที เล่าปี่ มิประสบความสำเร็จในการบุกทำลาย ก๊กง่อ นั้น ทำให้ความฝันของเขาล่มสลาย

เมื่อสงครามอันยิ่งใหญ่ยุติลง ซุนกวน ทรงโปรดให้ ลกซุน ไปจัดการปกครองเมือง อู่ชาน (บู่เชียง) และทรงปรึกษาสถานภาพนโยบายทางการเมืองระหว่าง ง่อ และ จ๊ก

ลกซุน ได้กราบทูลความดื้อถือถิทิของเหล่านายทัพอาวุโสมิยอมฟังคำสั่ง ซุนกวน ทรงตรัสว่า

“ทำไมเจ้าถึงมิบอกกล่าวข้าก่อนหน้านั้น”

ลกซุน กราบทูล

“เหล่าบรรดานายทัพผู้อาวุโสนี้ ล้วนเป็นเสาหลักของ ง่อ ข้าผู้น้อยเพียงแค่นักบัณฑิตเริ่มมาฝึกหัดการทำศึก หากดำเนินตามนโยบายที่เข็งกร้าวเกินไป จักเป็นที่เสียหายต่อประเทศ..”

ซุนกวน เมื่อฟังคำบัณฑิตหนุ่มน้อยเช่นนี้ ทรงตรัสชมมิขาดปาก ซุนกวน จึงแต่งตั้ง ลกซุน เป็นแม่ทัพใหญ่ ฮูกว๋อเจียนจวิน (หูกกเจียงกุง..แม่ทัพป้องกันประเทศ) และทรงแต่งตั้งเป็นเจ้า เจ้าเกงจิ๋วมก และทรงเปลี่ยนชื่อเป็นเจ้า เจ้าเจียนหลินโฮ่ว (กังเล่งโหว)

มินาน เล่าปี่ ป่วยสิ้นพระชนม์ พระเจ้า เล่าเซี่ยน (เล่าเซี้ยง) ขึ้นครองราชย์ จูกัดเหลียง บริหารราชการ ได้ใช้นโยบายผูกสัมพันธ์ไมตรีกับ ตังง่อ อีก

และเพื่อนโยบายของ ง่อ, จ๊ก, ซุนกวนทรงปรึกษาขอความเห็นจาก ลกซุน ทรงนำหนังสือขอสืบสัมพันธ์ไมตรีของ จ๊ก ให้ ลกซุน วิเคราะห์ดู มีความเห็นเช่นใดต่อผลทีเกิดขึ้นในภายหลังต่อ ง่อ

ซุนกวน ถึงกับมอบตราหยกของเขาให้ ลกซุน จัดการเกี่ยวกับนโยบายของ ง่อ ให้เขาจัดการเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของ ง่อ, จ๊ก, ในแต่ละวัน เหล่าขุนนางมีความเห็นอย่างไรบ้าง นี่คือปฏิบัติการณ์ที่พบเห็นน้อยมากในประวัติศาสตร์จีน

ศักราช หวงอู่ (อึ่งบู้) ปีที่ 7 พ.ศ. 771 ซุนกวน ได้มุ่งเข็มมาต่อต้านก๊ก วุย พระองค์ทรงแสร้งใช้ข้าหลวงตรจวการ พานหยาน (พัวเอี้ยง) โจวฟาน (จิวฮ่วง) แสร้งสวามิภัคดิ์ต่อแม่ทัพใหญ่ของ วุย
เชาฮิว (เฉ่าฮิว)

เชาฮิว นำกองทัพใหญ่มารับกองทัพของ โจวฟาน ซุนกวน ทรงแร่งรีบไป เกงจิ๋ว พบ ลกซุน ทรงแต่งตั้งเป็น ต้าตูตู๋ (ไต่โตวต๊ก..ผู้ว่าการใหญ่) มีอำนาจเด็ดขาดในการพิชิตกองทัพของ วุย

ลกซุน จึ่งได้นำกองทัพของ ง่อ บุกพิชิตกองทัพของ วุย แตกพ่าย ประหารตัดศีรษะของนายทัพ ว่านหวี (บ่วงอื้อ), ตี้หนิว (เต๊กงู้), หม่าลู่ (เบ่ลู้), ชือเฉิน (เชียเซ้ง), ว่านเหลี่ยน (บ่วงเลี่ยง), และยึดได้อาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมาก เชาฮิว ได้นำกองทัพส่วนน้อยหลบหนีไป แต่ก็มีความเสียใจโกรธตรอมใจสิ้นชีพในภายหลัง

ลกซุน ได้ยกกองทัพกลับไปเฝ้ารักษา เกงจิ๋ว

ศักราช หลงหยวน (เล่งง้วง) ปีที่ 1 พ.ศ. 772 ซุนกวน ทรงแต่งตั้ง ลกซุน เป็นแม่ทัพใหญ่ ผู้ช่วยฝ่ายขวา ปีเดียวกันนั้น ซุนกวน ทรงเสด็จประพาสตะวันออกของเมืองหลวง เจี้ยนเย่ว์ (เกี่ยงเงี๊ยบ) ทรงชักชวน ลกซุน ไป ณ อู่ชาน (บู่เชียง) ช่วยเหลือองค์รัชทายาทบริหาร ขณะเดียวกันก็ได้รับผิดชอบดินแดน เกงจิ๋ว, อื่อเจียน (ยื่อเจียง), 3 หัวเมืองใหญ่

ลกซุน แม้นว่าจักอยู่ทางแนวหน้า แต่ก็มีความห่วงในการใหญ่ของประเทศ มักเสนอความคิดเห็นอันเป็นผลประโยชน์ต่อประเทศชาติ

ดังเช่น สมัยนั้นกฎระเบียบกฎหมายของบ้านเมืองตรึงเข้ม ได้แนะนำผ่อนหนักเป็นเบา ซุนกวน ทรงจัดระเบียบการปกครอง มักใช้กองทัพกฎอัยกาทัพควบคุมเมือง อี้โจว (อี่จิว), จูกุย (จูกุ่ย), ปัจุบันคือบางส่วนของมณฑล กวางตุ้ง และมณฑล ไหหลำ ทรงมักฟังความเห็นดำเนินตามคำแนะนำของ ลกซุน

แต่มีบางครั้งที่ขัดแย้งกัน ซุนกวน มักใช้กองกำลังทัพไปแก้ไขสถานการณ์ ดั่งเช่น กงซุนย่าน (กงซุงเอี่ยง) เป็นกบฏ ซุนกวน ทรงใคร่ยกทัพไปปราบด้วยตนเอง แต่ ลกซุน ได้ห้ามไว้ นำกองกำลังไปปราบด้วยตนเอง

เดือนที่ 1 ศักราช เข่ออู (เชี๊ยะโอว) ปีที่ 7 พ.ศ. 787 อดีตมหาอุปราชของ ซุนกวน กู่ย่ง (กูหย่ง..โก๊ะหยง) ถึงแก่อสัญกรรม

ซุนกวน ทรงแต่งตั้ง ลกซุน เป็นมหาอุปราช มินาน ได้เห็นความบาดหมางระหว่างองค์รัชทายาท ซุนเหอ (ซุงฮั้ว) และเจ้า ลู่หวาง (หลู่อ๊วง) เจ้าชาย ซุนป้า (ซุงป่า) ทรงแก่งแย่งตำแหน่งองค์รัชทายาท

ลกซุน เข้าข้างฝ่ายองค์รัชทายาท ซุนกวน ทรงส่งข้าหลวงใหญ่ไปว่ากล่าวตำหนิ ลกซุน และทรงพระราชทานความตายแก่พระโอรสทั้งสองและบรรดาเหล่าขุนนางที่ร่วมคิดการ

ลกซุนเจ็บปวดรวดร้าวเหลือคณานับ ดังนั้น เมื่อเดือนที่ 2 ศักราช เช่ออู (เชี๊ยะโอว) ปีที่ 8 พ.ศ. 788 ลกซุน ถึงแก่อสัญกรรม มีอายุได้ 63 ปี ภายหลังที่ ลกซุน ถึงแก่กรรม ครอบครัวของเขามิมีสมบัติอันใดตกทอด


วิจารณ์ 1 : ลิบอง แม้นจักมีอายุมากว่า ซุนกวน 4 ปี แต่การศึกษาความรู้ของเขาเทียบมิได้กับ ซุนกวน เขารู้จักแต่ด้านการรบทัพจับศึก ภายหลัง ด้วยความอุตสาหะพยายามของเขา กอบกับความเฉลียวฉลาด เขาจึงได้ศึกษาด้วยตนเอง มีความรู้เทียบเท่ากับเหล่าบัณฑิตในสมัย สามก๊ก เป็นนักรบและนักกุนซือของประเทศจีน


วิจารณ์ 2 : เมื่อตระกูล ซุน ครอบครองดินแดน กังตั๋ง มีสายเลือดอันเข้มข้นของชาว กังตั๋ง ตระกูล ซุน สามารถควบคุมเหล่าประชาราษฎร์และชนเผ่าต่าง ๆ ของ กังกัง อย่างมีประสิทธิ์ภาพ โดย ลกซุน เป็นแม่ทัพขุนนางที่มองเห็นการณ์ไกล รอบรู้อุปนิสัยของเหล่าชาวเมืองท้องถิ่น ลกซุน จึ่งเป็นสัญลักษณ์ตัวแทนของชาว กังตั๋ง รับผิดชอบทางดินแดนด้านตะวันตกของ ก๊กง่อ เป็นทั้งแม่ทัพและมหาอุปราช สร้างความเจริญแก่ ก๊กง่อ นานับคณา

 

 

- กิจกรรมรวมพลคนชอบสามก๊ก
- ชมตัวอย่างหนังสามก๊ก
- ภาพงานเสวนาสามก๊ก

Webmaster
-:: มหาอุปราชโจโฉ ::-







Oil Rig Accidents
แนะนำสามก๊ก,จุดเริ่มต้นสามก๊ก,ประวัติสามกีก,ข้อมูล3อาณาจักร,เนื้อเรื่องย่อสามก๊ก ตัวละคร,สถานที่,แผนที่ ตำราพิชัยสงครามซุนวู,36กลยุทธ์ ข้อมูลต่างๆในสามก๊ก,ตำแหน่งต่างๆในสามก๊ก แนะนำหนังสือสามก๊ก,แนะนำการ์ตูนสามก๊ก,แนะนำหนังสามก๊ก,แนะนำเกมส์สามก๊ก ตุ๊กตาสามก๊ก,รูปตัวละครสามก๊ก,wallpaper สามก๊ก,แสตมป์สามก๊ก ข้อมูลประเทศจีน,ประวัติศาสตร์จีน,ราชวงศ์ของจีน,บุคคลสำคัญของจีน,แผนที่ประเทศจีน,สถานที่ท่องเที่ยว,สาระน่ารู้ หมากรุกจีน,กลอนคู่,ชาจีน,อาหารจีน ทีมงานไทยสามก๊ก,เกี่ยวกับเรา,ติดต่อเรา กฏข้อบังคับ,สมัครสมาชิก,เข้าสู่เว็บบอร์ด