โจโฉ - Cao Cao A.D. 155-220

เชาเชา (เฉ่าเฉ่า..โจโฉ) (พ.ศ. 698 - พ.ศ. 763),

เดิม แซ่ เซี่ยโฮ่ว (แฮ่โหว..แฮหัว),

จื้อ (ชื่อรอง) หมินเต๋อ (เม่งเต็ก),

อีกชื่อ จี๋ลี่ (เกี๊ยกหลี),

ชื่อเล่น อาม่าน (อามั่ง),

เป็นคน ไพกว่อเจาเสี้ยน (แพ่ก๊กเจียวกุ่ย) ปัจจุบันคือเมือง เฮ่าโจว (เฮ้าจิว) ในมณฑล อันเฟย

ปู่บุญธรรม เป็นขันทีชื่อ เชาเสิ่น (เฉ่าเส่ง)

บิดาชื่อ เชาสง (เฉ่าสง..โจโก๋) เป็นบุตรบุญธรรมของ เชาเสิ่น รับราชการในตำแหน่ง ไท่เว่ย (ไท้เอว่ย)

โจโฉ เมื่อตอนเด็ก ๆ ฉลาดหลักแหลม เชี่ยวชาญการหว่านล้อมครองใจผู้คน เป็นนักบริหารตั้งแต่เด็ก

เมื่อตอนอายุ 12 ขวบ ถูกขุนนาง เสี้ยวเหนียน (เฮ้าเนี้ยม) นำตัวเข้าวังเป็นมหาดเล็ก

ต่อมาได้ดำรงตำแหน่งเป็นนายอำเภอทางด้านเหนือของนคร ลั่วหยาน ควบคุมเขต ตุนคิว (ตุ่งคิว) ปัจจุบันเมืองชินฟง (เช็งฮง) ในมณฑล เหอหนาน

และเป็นที่ปรึกษาของพระราชสำนัก

ภายหลังการปราบกบฏผ้าเหลือง เขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็น ฉีโตวเว่ย (เคี่ยโตวเอว่ย)

ได้ร่วมทำศึกกับ หวางฟูซ่ง (อ่วงฮูสง) มีความชอบ

ได้เป็นเสนาบดีเมือง จี้หนาน (จี่น้ำ)

ตอนได้รับตำแหน่ง มีใจกล้าสามารถปราบปรามขุนนางคอรับชั่น ลดคดีข่มขืน ปล้นสะดมภ์ตีชิงวิ่งราว เป็นที่ยกย่องนับถือ

ด้วยการบริหารการปกครองที่เข้มงวดเกินไปจึ่งถูกโยกย้ายตำแหน่งเป็น จงปู้ไท่โซ่ว (ตังโป๋วไท้สิ่ว..รักษาการณ์ทางตะวันออก)

เบื่อจากงานราชการ อ้างตัวว่าป่วยไข้ กลับไปพักผ่อนที่บ้านเกิด

ศักราช จงผิน (ตงเพ้ง) ปีที่ 5 พ.ศ. 721 พระเจ้า ฮั่นหลินตี้ (ฮั้งเล่งตี่..แลนแต้) ทรงประสงค์ให้นครหลวงมีความมั่นคงขึ้น จึ่งทรงตั้งกองทหารรักษาพระองค์ ซีหยวน (ไซฮึ้ง..อุทยานตะวันตก) ขึ้นใหม่

โจโฉ ได้รับการแต่งตั้งเป็น 1 ใน 8 นายทัพของกองทหารรักษาพระองค์

ปีต่อมา พระเจ้า แลนแต้ เสด็จสวรรคต

พระญาติฝ่ายนอก โฮจิ้น เข้าพระราชสำนักเพื่อแก่งแย่งอำนาจกับพรรคขันที วางแผนเผด็จศึกฆ่าพวกขันที แต่ถูกพรรคขันทีฆ่าตายก่อน

ตั๋งโต๊ะ แห่งเมือง ซีเหลียน (ไซเลี้ยง..แสเหลียง) ถือโอกาสยกทัพบุกเข้าเมืองหลวง ยึดครองด้วยอำนาจเผด็จการ ก่อความเดือดร้อนระส่ำะสายไปทั่ว และได้พยายามเกลี้ยกล่อม โจโฉ เป็นพวก แต่ โจโฉ มิเล่นด้วย

ได้หนีไปตั้งหลัก ณ เมือง ตังลิ้ว ปัจจุบันคือเมือง ไคฟง (ไคฮอง) ส้องสุมกำลังเพื่อกลับมาโค่น ตั๋งโต๊ะ

ขณะเดียวกัน เหล่าเจ้าเมือง กวนจงมู่ (กวงตงมก) ต่างทยอยกันยกทัพจักมาโค่น ตั๋งโต๊ะ โจโฉ ในฐานะเป็นตัวแทนของเจ้าเมือง ตังลิ้ว เตียวเมา ได้มาร่วมขบวนการ

กองทัพผู้ร่วมก่อการต่างยกย่อง อ้วนเสี้ยว เป็นผู้นำ ตั๋งโต๊ะ เห็นกองทัพร่วมสัมพันธ์มิตรมีกองกำลังเข้มเข็ง จึ่งได้ทำลายเมืองหลวงนคร ลั่วหยาน ย้ายเมืองหลวงไปนคร ฉานอาน โดยหนีบนำพระเจ้า เหี้ยนเต้ ไปด้วย

โจโฉ เห็นเป็นโอกาสวิธีเดียวที่จักพิชิต ตั๋งโต๊ะ แต่เหล่ากองทัพ กว่นจงมู่ กลับลังเลเกี่ยงกัน โจโฉ จึ่งได้ตัดสินใจโดยลำพังนำกองทัพ 5,000 ติดตามลาล่าขยี้กองทัพของ ตั๋งโต๊ะ ได้เปิดศึกกัน ณ ยงหยาน (เว่งเอี้ยง) ตามลำน้ำ เปี้ยนสุ่ย (เบี่ยงจุ้ย) แต่เนื่องจากกองกำลังน้อย

จึงได้รับบาดเจ็บพ่ายแพ้กลับมาร่วมกับกองทัพสัมพันธ์มิตร เหล่านายทัพของกองทัพสัมพันธ์มิตรได้แต่จัดงานเลี้ยงร่ำสุราวางแผนการทำศึก

โจโฉ ได้ขอร้องให้เหล่าขุนศึกรวบรวมกำลังกันพิชิตศึก ตั๋งโต๊ะ อีกครั้ง แต่มิได้รับการเอาใจใส่ โจโฉ จึ่งได้ใช้นายทหารเอก แฮหัวตุ้น, โจหอง, ไปเกลี้ยกล่อมผู้คนมาเพิ่มกองกำลังทัพตามสถานที่ต่าง ๆ

ภายหลังได้ผละจากการเป็นตัวแทนของเจ้าเมือง เตียวเมา มาร่วมอยู่ในอาณัติภายใต้ร่มธงของ อ้วนเสี้ยว

มินานนัก กองทัพสัมพันธ์มิตรกลับแตกกระจายแยกย้ายกันไป

กองทัพ เฮยซาน (เฮ็กซัว) แห่งเมือง อี้โจว (เอ็กจิว) และกองทัพผ้าเหลืองแห่งเมือง ชินโจว (แชจิว..แชจิ๋ว) นับวันยิ่งเข้มเข็ง

อ้วนเสี้ยว มีคำสั่งให้ โจโฉ เป็นแม่ทัพหน้านำกองทัพไปปราบ

เดือนที่ 7 ศักราช ชูผิน (ชิวเพ้ง) ปีที่ 2 พ.ศ. 734 โจโฉ อาศัยกองทัพกำลังน้อยทำศึกชนะกองทัพกำลังมาก

เริ่มด้วยการปราบปรามกองทัพ เฮยซาน ฝ่าย ไป่เหยาปู้ (เปะเยี่ยวโป๋ว) ณ เมือง พูหยาน

อ้วนเสี้ยว แต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพรักษาการแห่ง ตังกุ๋น

ต่อมา โจโฉ สามารถปราบปรามกองทัพ เฮยซานของ อูตู๋ (อูตั๊ก)

ปีต่อมา กองทัพใหญ่ผ้าเหลืองบุกโจมตีเมือง กุนจิ๋ว ฆ่าเจ้าเมือง หลิวไต้ (เล่าไต่) ตาย

ข้าหลวง เปาสิ้น ได้พยายามรักษาเมืองรอรับกองทัพของ โจโฉ มาจัดแจงบ้านเมือง

โจโฉ ได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าเมือง กุนจิ๋วมู่

ต่อมาก็ได้บุกโจมตีกองทัพผ้าเหลืองแห่ง แชจิ๋ว ณ โซ่วจาง (ซิ้วเตีย) ปัจจุบันคือเมือง จงผิน มณฑล ซานจง

ทหารเมือง แชจิ๋ว พ่ายแพ้หนีไปถึง จี้เป่ย (จี่ปัก) ดินแดนเหนือ ผลที่สุดก็ยอมแพ้สวามิภัคดิ์ต่อ โจโฉ

โจโฉ สามารถจับเชลยศึก 300,000 กว่าคนมาเพิ่มเติมเป็นกองกำลังของกองทัพ รวมทั้งประชายชนพลเมืองชายหญิงอีกร้อยกว่าหมื่นครอบครัวมาอยู่ในความปกครอง

โจโฉ จึ่งได้เปลี่ยนธงศึกเป็นกองทัพแห่งเมือง แชจิ๋ว ตั้งมั่น ณ เมือง กุนจิ๋ว และปราบปรามกองทัพของ อ้วนสุด ลง

เดือนที่ 4 ศักราช ชูผิน ปีที่ 3 โจโฉ อ้างการแก้แค้นให้แก่บิดา ยกทัพไปตีเมือง ชีจิ๋ว 2 ครั้ง ฆ่าฟันผู้คนประชาชนจำนวนมาก

ขณะนั้นตันก๋งขุนนางของเจ้าเมืองตังลิ้ว เตียวเมา ได้ถือโอกาสที่โจโฉทำศึกกับชีจิ๋ว ได้เปิดประตูเมืองต้อนรับกองทัพของ ลิโป

ลิโป้ ได้เป็ น เจ้าเมือง โจวมู่ อีกทั้งได้ครอบครองเมือง ฉวี่ยู่ (ชื่อิ๋ว), เมือง หมาน (มั่ง), เมือง จงอา (ตังอา) 3 หัวเมือง แต่ละหัวเมืองก็ปฏิบัติตามแผนของ เตียว และ ตัน

เมื่อ โจโฉ ยกทัพกลับมาเมือง พูหยาง ต้องทำศึกสงครามกับ ลิโป้ 100 กว่าวัน และเนื่องด้วยการทำศึกยืดเยื้อเกิดสงครามเป็นเวลานาน ทำให้ธัญพืชข้าวปลาอาหารขาดแคลน จึ่งต้องถอยทัพกลับ

ต่อเมื่อฤดูใบไม้ผลิ ศักราชซิ่นผิน (เฮงเพ้ง) ปีที่ 2 พ.ศ. 738 โจโฉ สามารถปราบปรามโค่นลิโป้ลงได้ ควบคุมเมืองกุนจิ๋ว อีก

ปีเดียวกันเดือนที่ 10 พระราชสำนักถูกควบคุมโดย ลิฉุย, กุยกี, บริวารของ ตั๋งโต๊ะ ได้ส่งทูตมาแต่งตั้ง โจโฉ เป็นเจ้า กุนจิวมู่

ศักราช เจี้ยนอัน ปีที่ 1 พ.ศ. 739 พระราชสำนักที่นคร ฉานอาน เกิดความจลาจลวุ่นวาย พระเจ้า เหี้ยนเต้ ทรงหลบหนีกลับมา ณ นคร ลั่วหยาน ได้

ประจวบกับกองทัพของ โจโฉ ยกทัพมายึดครองนคร ลั่วหยาน

โจโฉ ได้ปฏิบัติตามความเห็นของ กุนซือ ซุนฮก และ เทียหวก ให้ยกย่องและรับตัวพระเจ้า เหี้ยนเต้ ไว้

ดังนั้น ปีเดียวกันเดือนที่ 8 โจโฉ ได้ยกทัพมาเข้าเมืองมาตั้งมั่นที่นคร ลั่วหยาน ขุนนางเก่า หันเซียน ได้นำ โจโฉ เข้าเฝ้าพระเจ้า เหี้ยนเต้

พระเจ้า เหี้ยนเต้ ทรงแต่งตั้งให้ตำแหน่ง โจโฉ เป็น ซีตี้เสี้ยวเว่ย (ซีตี๋เฮ้าเอว่ย), บริหารราชการฝ่ายในและฝ่ายนอก

แต่เนื่องด้วย นคร ลั่วหยาน ถูก ตั๋งโต๊ะ เผาทำลายจนแตกช้ำ ยากที่จักซ่อมแซม ขุนนาง ต่งเจ้า (ตั๋งเจียว) ได้แนะนำ โจโฉ ย้ายเมืองหลวงนำเสด็จพระเจ้า เหี้ยนตี้ ไปประทับ ณ เมือง ฮูโต๋

เดือนที่ 9 ภายหลังย้ายเมืองหลวงไป ณ ฮูโต๋ พระเจ้า เหี้ยนเต้ ทรงแต่งตั้ง โจโฉ เป็นแม่ทัพใหญ่ ดำรงยศเป็นเจ้า อู่ผินโฮ่ว (บู่เพ่งโหว)

โจโฉ เริ่มดำเนินตามแผนหนีบโอรสสวรรค์ อ้างพระราชโองการบริหารประเทศ นี่คือการเปลี่ยนแปลงอันใหญ่หลวงตามดวงชะตาของ โจโฉ

ขณะเดียวกัน ผู้ที่กุมอำนาจทางทหารที่เข้มเข็งที่สุดก็คือ อ้วนเสี้ยว ซึ่งกองกำลังของ โจโฉ มิอาจเทียบเทียม

โจโฉ ได้ถือพระราชโองการยกตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ให้แก่ อ้วนเสี้ยว ส่วนตัวเองคงรับตำแหน่ง ซีคง (ซีคง..รัฐมนตรี) แต่อำนาจการบริหารส่วนใหญ่ในพระราชสำนักยังคงอยู่ในกำมือของ โจโฉ

พร้อมกันนั้น โจโฉ ได้ดำเนินนโยบายการเพาะปลูกทำนา เพื่อแก้ไขความอดอยากให้แก่ราษฎรและกองทัพ ยังความสันติสุขมาสู่ประเทศอีกครั้งหนึ่ง

ขณะนั้น กองทัพของ เล่าปี่ ทำสงครามพ่ายแพ้แก่ ลิโป้ จำต้องเสียเมือง ชีจิ๋ว ให้แก่ ลิโป้ เล่าปี่ เองต้องหันมาพึ่งใบบุญของ โจโฉ ณ เมือง ฮูโต๋

แม้นว่า โจโฉ อ่านออกว่า เล่าปี่ เป็นคนทะเยอทะยาน คงมิยอมเป็นข้ารองใคร แต่ก็จำต้องรับ เล่าปี่ ไว้

ศักราช เจี้ยอัน ปีที่ 2 พ.ศ. 740 โจโฉ ดำเนินนโยบายปราบปรามเหล่าหัวเมือง เริ่มด้วยส่งกองทัพไปตีเมือง พานเสีย ของ จางซิ่ว (เตียสิ่ว)

จางซิ่ว ยอมแพ้สวามิภัคดิ์ โจโฉ รับอาสะไภ้ของ จางซิ่ว เป็นภรรยา และกลับตกรางวัลให้อำนาจแก่ญาติภรรยา หูชือเอ๋อ (โอ่วเชียยี้)

จางซิ่ว โกรธเคือง หันกองทัพมาโจมตีกองทัพ โจโฉ โจโฉ ได้รับบาดเจ็บที่ไหล่ซ้ายจากการรบ เกือบเอาชีวิตมิรอด บุตรคนโต โจงั่ง, หลานชาย โจอานเหม็ง, และนายทัพ เตียนอุย สู้ตายในที่รบ

ต่อมา โจโฉ ได้ปราบโค่น อ้วนสุด ซึ่งตั้งตนเป็น ฮ่องเต้ ณ เมือง โซ่วชุน (ซิ้วชุง) เสียราบคาบ

แล้วจึ่งมาคิดบัญชีแค้นกับ ลิโป้ ณ เมือง ชีจิ๋ว

ปีต่อมา เดือนที่ 10 โจโฉ โจมตีเมือง ฉวีโจวไพเฉิน (ฉื่อจิวแพ่เซี้ย) ปัจจุบันคือเมือง ฉวีโจว..ชีจิ๋ว) ในมณฑล เจียนซู แตก

กองทัพของ ลิโป้ ถูก โจโฉ ล้อม ณ เมือง เซี่ยปี่ กองทัพภายในของ ลิโป้ แตกแยกกันเอง เหล่านายทัพของ ลิโป้ ได้จับตัว ลิโป้ และ ตันก๋ง สวามิภัคดิ์ส่งตัวให้ โจโฉ

โจโฉ สั่งประหารทั้ง ลิ และ ตัน

ขณะนั้น อ้วนเสี้ยว ได้ทำสงครามมีชัยต่อ กงซุนจ้าน ครอบครองสี่หัวเมืองใหญ่ มีกำลังกองทัพนับเป็นแสน ซึ่งนับว่าห่างไกลกับ โจโฉ ยิ่ง แล้ว อ้วนเสี้ยว กับ โจโฉ ก็เริ่มหมาดหมางกัน

เมื่อฤดูร้อน ศักราช เจี้ยนอัน ปีที่ 4 อ้วนเสี้ยว ได้ยกกองทัพ 10 หมื่น และกองทหารม้าอีก 1 หมื่นโจมตี โจโฉ โจโฉ จัดกองทัพด้วยความรอบคอบ

รับศึก อ้วนเสี้ยว อ้วนเสี้ยว วางแผนการศึกโดยร่วมมือกับ เตียวซิ่ว ยกทัพมาทั้งเหนือใต้เป็นทัพกระหนามโจมตี โจโฉ

เดือนที่ 11 เตียวซิ่ว ได้ปฏิบัติตามแผนของ กุนซือ กาเสี่ยง แนะนำ เตียวซิ่ว แสร้งสวามิภัคดิ์ต่อ โจโฉ อีกครั้ง

โจโฉ ก็มิคำนึงถึงความแค้นที่ เตียวซิ่ว ฆ่าบุตรชายแต่หนหลัง รับการสวามิภัคดิ์ของ เตียวซิ่ว

เดือนที่ 1 ศักราช เจี้ยนอัน ปีที่ 5 ขุนทัพอัศวิน ต่งเซ้ง ได้ลอบวางแผนคิดร้ายต่อ โจโฉ กับพระเจ้า เหี้ยนเต้ แต่ความลับลั่วไหล โจโฉ ได้ฆ่า ต่งเซ้ง และครอบครัว

เล่าปี่ ก็เป็นหนึ่งในคณะร่วมก่อการ เล่าปี่ ได้หนีไปตั้งมั่น ณ ชีจิ๋ว โจโฉ เกรงว่า เล่าปี่ จักร่วมมือกับ อ้วนเสี้ยว ร่วมกันมาโจมตีเป็นทัพกระหนาบ

จึ่งยกทัพไปโจมตี ชีจิ๋ว ก่อนด้วยตนเอง มีชัยชนะต่อทัพ เล่าปี่ จับได้ภรรยาของ เล่าปี่ และ กวนอู เป็นเชลยแต่ก็เลี้ยงดูอย่างดี

ต่อมา เขาได้สั่งทัพหน้ามุ่งรับศึก อ้วนเสี้ยว ณ กวนตู้ (กัวโต่ว..กัวต๋อ) กองทัพหน้าของ โจโฉ ได้ยกไปถึงเมือง ไป่หม่า (เปะเบ๊) ปัจจุบันอยู่ทางใต้ของเมือง กุ่เสี้ยน (กุกกุ่ย) ในมณฑล เหอหนาน

แต่ถูกกองทัพของ อ้วนเสี้ยว โอบล้อม โจโฉ ได้ใช้แผนทำลายกองทัพของ อ้วนเสี้ยว โดยฆ่าขุนทัพ งันเหลียน และ บุนทิว ของ อ้วนเสี้ยว 2 นาย และยกทัพต่อไปถึง กัวต๋อ

กองทัพของ โจโฉ และ อ้วนเสี้ยวได้ตั้งค่ายเผชิญหน้ากันเดือนเศษๆ แต่เนื่องจากว่าเสบียงอาหารของกองทัพโจโฉ ใกล้จะหมด

โจโฉ ตัดสินใจจักยกทัพถอยกลับ แต่ กุนซือ ซุนฮก ได้แนะนำว่า ให้ตั้งมั่นต่อไป จักมีชัยชนะแน่นอน

ขณะนั้น นายทัพของ อ้วนเสี้ยว เคาฮิว มีความเห็นมิลงรอยต่อแผนการศึกกับ อ้วนเสี้ยว ครอบครัวถูก อ้วนเสี้ยว จับขัง จึ่งมีความแค้นต่อ อ้วนเสี้ยว จึ่งพาเหล่าทหารคนสนิทมาสวามิภัคดิ์ต่อ โจโฉ

เขาได้บอกความลับที่ซ่อนเสบียงของ อ้วนเสี้ยว อยู่ ณ อูเฉา

โจโฉ จึ่งได้ยกกองทัพม้า 5,000 นาย ไปทำลายกองเสบียงของ อ้วนเสี้ยว ด้วยตนเอง

ขณะเดียวกัน นายทัพของอ้วนเสี้ยว เตียวคับ และโกหลำ เกิดความแตกแยกกับอ้วนเสี้ยว จึ่งพาทหารมาสวามิภัคดิ์กับโจโฉ อีก

โจโฉ รู้ว่ากองทัพของอ้วนเสี้ยว กำลังแตกแยกกันระส่ำระส่าย เขาได้ทำลายคลังเสบียงอาหารของอ้วนเสี้ยว ณ อูเฉา ได้สำเร็จ

กองทัพของ อ้วนเสี้ยว เกิดการจลาจลเหยียบย่ำล้มตายกันเอง กองทัพกองกำลังส่วนน้อยของ โจโฉ ก็สามารถเอาชนะต่อกองทัพใหญ่ของ อ้วนเสี้ยว ณ สมรภูมิ กัวต๋อ ได้อย่างง่ายดาย

กองทัพของ อ้วนเสี้ยว หลายหมื่นคนถูกจับเป็นเชลยศึก และถูก โจโฉ สั่งประหารโดยการฝังตายทั้งเป็น เพราะเหตุว่า ขณะนั้น ทหารทั้งสองฝ่ายได้ติดต่อกันเป็นไส้ศึกกันอย่างลับ ๆ แกรงว่าจักเป็นการแสร้งสวามิภัคดิ์ โจโฉ จึ่งสั่งประหารเป็นการตัดความสงสัย

ภายหลังที่อ้วนเสี้ยว พ่ายแพ้ต่อ โจโฉ มินานก็เสียใจตาย บุตรของ อ้วนเสี้ยว อ้วนถำ, อ้วนฮี, อ้วนซอง, และหลานนอก โกกัง, แบ่งแยกแย่งกันครองเมือง แชจิ๋ว, อิวจิ๋ว, เอ๊กจิ๋ว, และ เปงจิ๋ว,

โจโฉ เห็นความแตกแยกสามัคคีของข้าศึก วางแผนยุยงให้ต่อสู้กันเอง โจมตียึดได้เมืองทั้งสี่

โดยศักราช เจี้ยอัน ปีที่ 9 ยึดได้เมือง เย่ว์เฉิน (เงียบเซี้ย..เงียบเสีย)

ศักราช เจี้ยนอัน ปี่ที่ 11 ยึดได้เมือง เปงจิ๋ว ครอบครองเมืองทั้งสี่ทางเหนือ

ขณะเดียวกันนั้น โจโฉ ก็เร่งบูรณะประเทศ ซ่อมสร้างดินแดน เหอเป่ย ปราบปรามเหล่าเจ้าพ่อท้องถิ่น สร้างโรงเรียนให้ประชาชนได้รับการศึกษามีความเฉลียวฉลาด ตัดรายจ่ายฟุ่มเฟือย ห้ามสร้าง ฮวงจุ้ย หลุมศพอันใหญ่โตเกินฐานะ

เดือนที่ 9 ศักราช เจี้ยนอัน ปี่ที่ 9 เขาได้ดำรงตำแหน่ง อี้โจวมู่ (เอ็กจิวมก) แต่กลับครอบครองเมือง เย่ว์เฉิน (เงียบเซี้ย)

เมือง เย่ว์เฉิน เป็นเมืองที่ถูกสร้างโดยเจ้าเมือง เว่ยกุ๋น (งุ่ยกุ๋ง)

ตระกูล เชา ภายหลังจึ่งได้สมญานามว่า เว่ยกง (งุ่ยกง), เว่ยหวาง (งุ่ยอ๊วง), และภายหลังจึ่งได้ใช้เป็นชื่อประเทศว่า เว่ยกว๋อ (งุ่ยกก..วุยก๊ก) ด้วยสาเหตุเช่นนี้แล

ขณะนั้น อ้วนซอง, อ้วนฮี, ได้นำผู้คนประชาชนพลเมือง 10 กว่าหมื่นครัวเรือน หลบหนีอพยพไปทาง เหอเป่ย สวามิภัคดิ์ต่อข่าน ต้าตุน (ถักตุง) หัวหน้าชนเผ่า อูฮวาน

ศักราช เจี้ยนอัน ปีที่ 12 พ.ศ. 740 โจโฉ ได้ฟังคำ กุนซือ กุยแก นำทัพทางไกลด้วยตนเอง ปราบรามชนเผ่า อูฮวาน

หัวหน้าชนเผ่า ต้าตุน หลบหนีไปถึง ไป่หลานตุน (เปะลั่งตุง) ปันจุบันภูเขา ปู้กู่ถูซาน เมือง เจี้ยนผิน ในมณฑล เหลียวหนิง

สองพี่น้อง แซ่อ้วน หลบหนีไปทาง เหลียวตัง มินานก็ถูก กองซุนของ ฆ่าตัดศีรษะ

เมื่อปราบปรามดินแดนฝ่ายเหนือราบคาบ โจโฉ ก็ได้คิดแผนการปราบดินแดนอื่นต่อไป

เดือนที่ 7 ศักราช เจี้ยนอัน ปีที่ 13 โจโฉ มุ่งเข็มยกทัพมาปราบ เล่าเปียว

แต่เมื่อเดือนที่ 8 เล่าเปียวถึงแก่อสัณกรรม บุตร เล่าจ๋อง สืบสมบัติ

เดือนที่ 9 โจโฉ บุกถึงเมือง ซินหย่า (ซิงเอี้ย) ซึ่ง เล่าจ๋อง ยอมสวามิภัคดิ์

เล่าปี่ ก็ตั้งมั่นอยู่ ณ ที่นั้น ก็พ่ายแพ้สู้กองกำลังของ โจโฉโ มิได้ หลบหนีไปอยู่ ณ แฮเค้า

กองทัพของ โจโฉ บุกเข้าดินแดน กังเหล็ง อย่างง่ายดาย จึ่งมีความมั่นใจ คิดพิชิตทั้ง เล่าปี่ และ ซุนกวน

เดือนที่ 12 ได้ตั้งค่ายน้ำประจันหน้ากับกองทัพเรือร่วมสัมพันธ์มิตรกันของ เล่าปี่ และ ซุนกวน

แต่ผลที่สุดกลับพ่ายแพ้สงครามยุทธนาวี ณ เซ็กเพ็ก อย่างยับเยิน เป็นการทำลายความหวังของ โจโฉ ในการรวมรวมแผ่นดินทางใต้ แต่ก็ยังมีความหวังรวมรวมกองทัพที่เหลือหนีสู่ทางทิศตะวันตก

ศักราช เจี้ยนอัน ปีที่ 16 พ.ศ. 754 โจโฉ มุ่งเข็มพิชิตสู่ดินแดน กวนตง

กองทัพ กวนตง ของม้าเฉียว และ หันซุย ได้ร่วมมือกันต่อต้านกองทัพของ โจโฉ

กองทัพของ โจโฉ มิสามารถบุก กวนตง โดยซึ่ง ๆ หน้าได้ จึ่งได้แบ่งกองทัพเข้าทาง พูพานจิน (พู่ปังจิง) แอบขนกำลังข้ามแม่น้ำยามค่ำคืน

ต่อมาก็ได้ลอบผ่านด่าน ถงกวน (ท่งกวง) และแอบสร้างสะพานลอยข้ามแม่น้ำ เว่ยสุ่ย (อุ่ยจุ้ย)

และได้ปะทะกับกองหลังของ ม้าเฉียว

โจโฉ ได้วางแผนพิชิตศึกร่วมของ ม้าเฉียว และ หันซุย และก็ยึดได้ กวงตง เกือบทั้งหมด

หันซุย ถูกทหารของตัวเองฆ่าตาย

ส่วน ม้าเฉียว หนีกลับไป เสเหลียง และก็หนีกลับไป ฮันต๋อง เข้าสู่ดินแดน ซีจู๋ (ไซจ๊ก..จ๊กตะวันตก)

เมื่อปราบปรามดินแดนด้านตะวันตกราบคาบ โจโฉ ก็มุ่งเข็มสู่ทางใต้อีกครั้ง

เดือนที่ 10 ศักราช เจี้ยนอัน ปีที่ 17 พ.ศ. 755 โจโฉ ได้ยกทัพสู่ทางใต้ปราบปราม ซุนกวน ได้ปะทะรบกับ ซุนกวน ณ ยู่ซูโข่ว (หยูซูเข้า) ปัจจุบันคือเมือง อู๋เว่ย ในมณฑล อันเฟย

และได้คุมเชิงกันเดือนกว่า ๆ ก็ถอยทัพกลับ

ขณะนั้น เล่าปี่ บุกเข้ายึดเมือง ยิโจว (เอี๊ยะจิว) ได้ โจโฉ มุ่งหมายยึดดินแดน ฮั่นจง (ฮั้งตง..ฮันต๋อง) อีก

ดังนั้นเมื่อศักราช เจี้ยนอัน ปีที่ 20 พ.ศ. 758 โจโฉ ได้ยกทัพใหญ่เข้าสู่ดินแดน ฮันต๋อง เตียวลู่ ยอมสวามิภัคดิ์

โจโฉ เห็นว่าจักพิชิต เล่าปี่ มิได้ด้วยเวลาอันสั้น จึ่งได้ให้ แฮหัวเอี๋ยน เป็นแม่ทัพเฝ้าดินแดน ฮันต๋อง ส่วนตนเองยกทัพกลับสู่ดินแดน จงหยวน

ศักราช เจี้ยนอัน ปีที่ 21 โจโฉ ชูธงศึกในนามของเจ้า เว่ยหวาง (วุยอ๋อง) เข้าสู่ดินแดน ฮันต๋อง อีก

ศักราช เจี้ยนอัน ปีที่ 23 พ.ศ. 761 เล่าปี่ ยกทัพบุกเข้าดินแดน ฮันต๋อง

เดือนที่ 9 โจโฉ ยกทัพมาต่อต้านบัญชาการด้วยตนเอง ณ นคร ฉานอาน

กองทัพ เล่าปี่ สามารถฆ่า แฮหัวเอี๋ยน ยึดดินแดน ฮันต๋อง ได้

ปีต่อมาเดือนที่ 3 โจโฉ หวังยึดดินแดน ฮันต๋อง คืน ยกทัพมาด้วยตนเองตั้งมั่นลงทางแถบหุบเขา เชียก๊ก

ประจันหน้ากับกองทัพของ จ๊ก ถึงเดือนที่ 5 ได้รับความเสียหายหนัก จำต้องละทิ้งดินแดน ฮันต๋อง ยกทัพกลับนคร ลั่วหยาน

ศักราช เจี้ยนอัน ปีที่ 24 พ.ศ. 762 ซุนกวน มีหนังสือถึง โจโฉ ยุให้ โจโฉ ตั้งตนเป็น ฮ่องเต้ โจโฉ ตอบกลับว่า

“หากโอรสสวรรค์ยังคงอยู่กับข้า ข้าก็มีศักดิ์ศรีมิแพ้พระเจ้า โจวเหวินหวาง (จิวบุ่งอ๊วง)”

เดือนที่ 1 ปีต่อมา โจโฉ ป่วยหนัก ถึงแก่อสัญกรรม สิริมายุได้ 63 ปี

 

- กิจกรรมรวมพลคนชอบสามก๊ก
- ชมตัวอย่างหนังสามก๊ก
- ภาพงานเสวนาสามก๊ก

Webmaster
-:: มหาอุปราชโจโฉ ::-







Oil Rig Accidents
แนะนำสามก๊ก,จุดเริ่มต้นสามก๊ก,ประวัติสามกีก,ข้อมูล3อาณาจักร,เนื้อเรื่องย่อสามก๊ก ตัวละคร,สถานที่,แผนที่ ตำราพิชัยสงครามซุนวู,36กลยุทธ์ ข้อมูลต่างๆในสามก๊ก,ตำแหน่งต่างๆในสามก๊ก แนะนำหนังสือสามก๊ก,แนะนำการ์ตูนสามก๊ก,แนะนำหนังสามก๊ก,แนะนำเกมส์สามก๊ก ตุ๊กตาสามก๊ก,รูปตัวละครสามก๊ก,wallpaper สามก๊ก,แสตมป์สามก๊ก ข้อมูลประเทศจีน,ประวัติศาสตร์จีน,ราชวงศ์ของจีน,บุคคลสำคัญของจีน,แผนที่ประเทศจีน,สถานที่ท่องเที่ยว,สาระน่ารู้ หมากรุกจีน,กลอนคู่,ชาจีน,อาหารจีน ทีมงานไทยสามก๊ก,เกี่ยวกับเรา,ติดต่อเรา กฏข้อบังคับ,สมัครสมาชิก,เข้าสู่เว็บบอร์ด