|
|
บทที่ 1 ประมาณสถานการณ์
อันสงครามนั้น เป็นเรื่องสำคัญของประเทศชาติ เป็นแหล่งแห่งความเป็นความตาย เป็นเหตุแห่งการดำรงอยู่หรือดับสูญ จักไม่พินิจ พิเคราะห์มิได้ ฉะนั้น พึงวิเคราะห์จากห้าเรื่อง นำมาเปรียบเทียบเพื่อประเมิน ให้ถ่องแท้ในสภานะการณ์หนึ่งคือคุณธรรม สองคือลมฟ้าอากาศ สามคือภูมิประเทศ สี่คือแม่ทัพ ห้าคือกฎระเบียบ
ที่ว่าคุณธรรมคือ สิ่งที่ทำให้ทวยราษฎร์และเบื้องบนมีเจตนารมณ์ร่วมกัน ร่วมเป็นก็ได้ ร่วมตายก็ได้ ทวยราษฎร์ม... อ่านต่อ
|
|
|
บทที่ 2 การทำศึก
อันหลักแห่งการบัญชาทัพนั้น ต้องใช้รถเร็วพันคัน รถหุ้มหนังพันคัน พลรบสิบหมื่น ขนเสบียงพันลี้ ค่าใช้จ่ายในและนอกประเทศ ค่าใช้จ่ายการทูต ค่าซ่อมสร้างยุทโธปกรณ์ ค่ารถรบเสื้อเกราะ ต้องสิ้นเปลืองวันละพันตำลึงทองดังนี้ จึงจะเคลื่อนพลสิบหมื่นออกรบได้
เมื่อรบพึงชนะเร็ว ยืดเยื้อกำลังก็เปลี้ยขวัญทหารก็เสีย ตีเมืองจักไร้พลัง ทำศึกนอกประเทศนาน ในประเทศจักขาดแคลน เมื่อกำลังเปลี้ยขวัญทหารเสีย สูญสิ้นทั้งไพร่พลแ... อ่านต่อ
|
|
|
บทที่ 3 ยุทธศาสตร์การรบรุก
อันหลักการทำศึกนั้น บ้านเมืองสมบูรณ์เป็นเอก บ้านเมืองบอบซ้ำเป็นรอง กองทัพสมบูรณ์เป็นเอก กองทัพบอบซ้ำเป็นรอง กองพลสมบูรณ์เป็นเอก กองพลบอบซ้ำเป็นรอง กองร้อยสมบูรณ์เป็นเอก กองร้อยบอบซ้ำเป็นรอง เหตุนี้ รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ยังหาใช้ความยอดเยี่ยมในความยอดเยี่ยมไม่ มิต้องรบแต่สยบทัพข้าศึกได้ จึงจะเป็นความยอดเยี่ยมในความยอดเยี่ยม
ฉะนั้น การบัญชาทัพชั้นเอกคือชนะด้วยอุบาย รองมาคือชนะด้วยการทูต รองมาคือชน... อ่านต่อ
|
|
|
บทที่ 4 รูปลักษณ์การรบ
ผู้สันทัดการรบในอดีต จักทำให้ตนมิิอาจพิชิตได้ก่อน เพื่อรอโอกาสข้าศึกจะถูกพิชิต มิอาจพิชิตเป็นฝ่ายตน ถูกพิชิตเป็นฝ่ายข้าศึก ฉะนั้น ผู้สันทัดการรบ อาจทำให้ตนมิอาจพิชิตได้ แต่ไม่อาจทำให้ข้าศึกจะต้องถูกพิชิต ดังนี้จึงว่า ชัยชนะอาจล่วงรู้ แต่ไม่อาจกำหนดได้ ผู้ที่เราไม่อาจเอาชนะ พึงตั้งรับ ผู้ที่เราอาจเอาชนะ พึงเข้าตี ตั้งรับเพราะกำลังไม่พอ เข้าตีเพราะกำลังเหลือเฟือ
ผู้สันทัดการตั้งรับ จักประหนึ่งซ่อนต... อ่านต่อ
|
|
|
บทที่ 5 พลานุภาพ
อันการปกครองไพร่พลมาก ให้เสมือนหนึ่งปกครองไพร่พลน้อย ก็ด้วยการจัดกำลังพล การบัญชาไพร่พลมาก ให้เหมือนหนึ่งบัญชาไพร่พลน้อย ก็ด้วยการจัดอาณัติสัญญาน ไพร่พลสามทัพมิพ่ายเมื่อสู้ข้าศึก ก็ด้วยการรบสามัญและพิสดาร การรุกรบข้าศึก ประหนึ่งเอาหินทุ่มไข่ ก็ด้วยการแข็งตีอ่อน
อันการรบนั้น สู้ศึกด้วยรบสามัญ ชนะด้วยรบพิสดาร ฉะนันผู้สันทัดการรบพิสดาร จักไร้สิ้นสุดดุจฟ้าดิน จักมิเหือดแห้งดุจสายน้ำ จักหยุดหรือหวนรบด... อ่านต่อ
|
|
|
บทที่ 6 ความอ่อนแอ-เข้มแข็ง
ผู้เข้าสนามรบค่อยข้าศึกก่อนย่อมสดชื่น ผู้เข้าสนามรบสู้ศึกจุกละหุกทีหลังย่อมอิดโรย ฉะนั้น ผู้สันทัดการรบ จึงกระทำต่อผู้อื่นใช้ถูกผู้อื่นกระทำ
ที่สามารถทำให้ข้าศึกมาเอง ก็เพราะล่อด้วยประโยชน์ ที่สามารถทำให้ข้าศึกมิกล้าเข้า ก็เพระเผยให้เห็นภัย ฉะนั้น ข้าศึกสดชื่นพึงให้อิดโรย อิ่มพึงให้หิว สงบพึงให้เคลื่อน
พึงตีที่ข้าศึกมิอาจหนุนช่วย พึงรุกที่ข้าศึกมิได้คาดคิด เดินทัพพันลี้มิเหนื่อย เพราะเดินในที่ปลอด... อ่านต่อ
|
|
|
บทที่ 7 การดำเนินกลยุทธ์
อันหลักแห่งการบัญชาทัพนั้น แม่ทัพรับโองการจากประมุข ระดมไพร่รวมพล ตั้งทัพเผชิญข้าศึกที่ยากคือการชิงชัย ความยากของการชิงชัยอยู่ที่แปลงอ้อมให้เป็นตรง แปลงภยันตรายให้เป็นประโยชน์ ฉะนั้น จึงพึงเดินทางทางอ้อม แล้วล่อด้วยประโยชน์ เคลื่อนพลทีหลัง ถึงที่หมายก่อน นี้คือผู้รู้กลยุทธ์อ้อมตรง
ฉะนั้น การชิงชัยมีประโยชน์ การชิงชัยมีภัย ยกทัพทั้งกองไปชิงประโยชน์ จักไม่ทันกาล ทิ้งยุทโธปกรณ์ไปชิงประโยชน์ จักสูญเสี... อ่านต่อ
|
|
|
บทที่ 8 สิ่งผันแปร 9 ประการ
อันหลักการแห่งการบัญชาทัพนั้น แม่ทัพรับโองการจากประมุข ระดมไพร่พล พื้นที่วิบากไม่ตั้งค่าย พื้นที่คาบเกี่ยวพึงคบมิตร พื้นที่กันดารอย่าหยุดทัพ พื้นที่โอบล้อมต้องใช้กลยุทธ์ พื้นที่มรณะต้องสู้ตาย
เส้นทางบางสายไม่ผ่าน กองทัพบางกองไม่ตี หัวเมืองบางเมืองไม่บุก ชัยภูมิบางแห่งไม่ชิง โองการบางอย่างไม่รับ
ฉะนั้น แม่ทัพผู้รู้แจ้งในประโยชน์แห่งเก้าลักษณะ จึงเป็นผู้รู้การศึก แม่ทัพผู้ไม่แจ้งแห่งเก้าลักษณะ แม้จะ... อ่านต่อ
|
|
|
บทที่ 9 การเดินทัพ
อันการบัญชาทัพวินิจฉัยข้าศึกนั้น ข้ามภูพึงอิงหุบห้วยตั้งทัพที่สูงโล่งแจ้ง อยู่สูงอย่างไต่ขึ้นตี นี้คือการบัญชาทัพในเขตเขา
ข้ามน้ำพึงรีบผละห่าง ข้าศึกข้ามน้ำเข้าตี อย่างออกปะทะกลางน้ำ ให้ขึ้นฝั่งกึ่งหนึ่งจึงตี จักได้ เมื่อประสงค์จะรบ อย่ารับศึกใกล้น้ำ ตั้งแนวที่สูงโล่งแจ้ง อย่าตั้งค่ายใต้น้ำ นี้คือการบัญชาทัพในเขตน้ำ
ข้ามที่ลุ่มโคลนตม พึงเร่งจากไปอย่าช้า แม้นต้องรบในที่ลุ่มโคลนตม พึงยึดแหล่งน้ำมีหญ... อ่านต่อ
|
|
|
บทที่ 10 ภูมิประเทศ
อันภูมิประเทศนั้น มีพื้นที่สะดวก มีพื้นที่ซับซ้อน มีพื้นที่ประจัน มีพื้นที่เล็กแคบ มีพื้นที่คับขัน มีพื้นที่ห่างไกล
เราไปก็ได้ เขามาก็ได้ เรียกว่าสะดวก พื้นที่สะดวกเยี่ยงนี้พึงยึดที่สูงโล่งแจ้งก่อน รักษาเส้นทางเสบียง ก็รบจักชนะ
ไปได้ แต่ถอยกลับยาก เรียกว่าซับซ้อน พื้นที่ซับซ้อนเยี่ยงนี้การข้าศึกไม่ระวัง ออกตีชนะ หากข้าศึกเตรียมพร้อม ออกตีไม่ชนะ อยากกลับก็ลำบาง ไม่เป็นผลดี
เราออกตีไม่ดี เขาออกตีก็ไ... อ่านต่อ
|
|
|
บทที่ 11 พื้นที่ต่างกัน 9 อย่าง
อันหลักแห่งการบัญชาทัพนั้น มียุทธภูมิซ่านเซ็น มียุทะภูมิเบา มียุทธภฺมิยื้นแย่ง มียุทธภูมิคาบเกี่ยว มียุทธภูมิสันจร มียุทธภูมิหนัก มียุทธภูมิวิบาก มียุทธภูมิโอบล้อม มียุทธภูมิมรณะ
เจ้าครองแคว้นรบในแดนตน เรียกว่ายุทธภูมิซ่านเซ็น
รุกเข้าแดนผู้อื่นไม่ลึก เรียกว่ายุทธภูมิเบา
เราได้ก็มีประโยชน์ เขาได้ก็มีประโยชน์ เรียกว่ายุทธภูมิยื้อแย่ง
เราไปก็ได้ เขามาก็ได้ เรียกว่ายุทธภูมิคาบเกี่ยว
เขตแดนต่อแดนสามฝ่า... อ่านต่อ
|
|
|
บทที่ 12 โจมตีด้วยเพลิง
อันการโจมตีด้วยเพลิงมีห้า หนึ่งคือเผาไพร่พล สองคือเผายุ้งฉาง สามคือเผายุทธสัมภาระ สี่คือเผาคลังพัสดุ ห้าคือเผาอุปกาณ์ขนส่ง
ใช้เพลิงพึงดูโอกาส ของใช้พึงเตียมให้พร้อม วางเพลิงพึงดูเวลา จุดเพลิงพึงกำหนดวัน
ที่ว่าเวลา คือความแห้งแล้วของอากาศ ที่ว่าวัน คือดวงจันทร์โคจรไปถึงตำแหน่ง จี ปี้ อี้ เจิ่น อันสี่ตำแหน่งนี้เป็นวันลมจัด
อันการโจมตีด้วยเพลิวนั้น พึงใช้กำลังพลรุกประสานตามลักษณะเพลิทั้งห้า เพลิงไหม้... อ่านต่อ
|
|
|
บทที่ 13 การใช้สายลับ
กรีธาทัพสิบหมื่น ออกรบพันลี้ ฝ่ายราษฎร์ต้องจ่าย ฝ่ายหลวงต้องใช้ วันละพันตำลึงทอง วุ่นวางทั้งภายในภายนอก ราษฎรภูกเกณฑ์ไปเหนื่อยอยู่ตามทาง ทำไร่ไถนามิได้ มีเจ็บสิบหมื่นครัว
ยันกันอยู่หลายปี เพื่อชิงชัยในวันเดียว หากตระหนี่การใช้ยศศักดิ์ รางวัล จนมิรู้สภาพข้าศึก ก็ขาดเมตตาธรรมยิ่งนัก มิอาจเป็นแม่ทัพของไพร่พล มิอาจเป็นผู้ช่วยของเจ้านาย มิอาจเป็นเจ้านายผู้พิชิต
ฉะนั้น เหตุที่ประมุขผู้ปรีชาแม่ทัพผู้สามา... อ่านต่อ
|