 |
 |
| |
กุศโลบายเลิกทาสของ ร.5 ตอนที่ 2
โดย ไทยสามก๊ก(KenForever) เมื่อ 24/10/2011 แบ่งปัน
|
|
| |

อนึ่ง ถ้าลูกทาสซึ่งได้พ้นค่าตัวในอายุ ๒๑ ปีดังนี้แล้ว คงได้สักเป็นลูกทาสเสียค่าราชการอยู่ปีละหกสลึง ถ้าหลุดพ้นค่าตัวดังนี้แล้วตามกฎหมายเดิมต้องเป็นสักเป็นสม การข้อนี้เห็นว่า ถ้าลูกทาสหลุดค่าตัวจะให้ไปสักเป็นสม ก็คงจะไม่สมัครเพราะจะต้องเสียค่าราชการแรงปีละหกบาท ก็คงจะกลับทอดตัวลงเป็นทาสเสียอย่างเดิม เสียแต่หกสลึงสบายกว่า การซึ่งเป็นดังนี้ก็เพราะเงินข้าราชการซึ่งเก็บจากตัวเลขนั้น ยังสูงๆ ต่ำๆ หาเสมอกันไม่ อนึ่งนายเงินเมื่อเวลาทาสหลุดพ้นค่าตัวแล้ว ก็จะต้องรีบส่งตัวไปยังกรมสุรัสวดีให้สักแปลง เพราะกลัวจะต้องเสียข้าราชการต่อไป กรมสุรัสวดีรับเอาตัวไปไว้ ก็จะเอาไว้คืนเปล่าไม่ได้ จะต้องจำไว้จนมีเจ้าหมู่มูลนายมารับรองไป

การซึ่งจะผ่อนให้เย็นก็จะกลับเป็นร้อนแก่ตัวทาสขึ้น ว่าพอพ้นค่าตัวเป็นไทยก็ติดตรวน ก็เหมือนหนึ่งต้อนคนให้กลับเป็นทาสเข้าอีกเหมือนกับอยู่ไปไม่มีคุณสิ่งไร เห็นว่าถ้าจะให้ลดค่าตัวดังนี้แล้ว ก็จะต้องทำไปให้ตลอด คือลูกทาสซึ่งหลุดพ้นค่าตัวได้สักข้อมือแล้วนั้นให้คงเรียกลูกทาสอยู่ตามเดิม เสียค่าราชการปีละหกสลึง จะอยู่กับเจ้าหมู่นายเดิมหรือจะหักโอนไปอยู่กับเจ้าหมู่มูลนายใหม่ ก็คงให้เป็นลูกทาสอยู่ตามเดิม ถ้าลูกทาสซึ่งหลุดค่าตัวแล้วนั้น จะไปทำชั่วขายตัวลงเป็นทาสอีกก็จะต้องมีสารกรมธรรม์ ก็ถ้าทาสที่มีสารกรมธรรม์ส่งค่าตัวหลุดให้สักเป็นสม ตามพระราชกำหนดกฎหมายเดิมยึดเอาสารกรมธรรม์เป็นสำคัญ ถ้าทาสก็ดี หรือลูกทาสก็ดี มีสารกรมธรรม์หลุดจากค่าตัวต้องสักแปลงเป็นสม ถ้าลูกทาสที่ยังข้อมือขาว อายุเต็มค่าหลุดจากเป็นทาสเอง หรือส่งเงินให้นายตามเกษียณอายุ แต่ยังไม่ครบค่าตัวหลุดเป็นไทยก็ดี ถ้าไปเป็นขุนหมื่นขุนพัน หรือไปเป็นอะไร ก็สิ้นไปแล้ว

ถ้าไม่ได้เป็นอะไร ก็ต้องเป็นสักเป็นสม เพราะมันมีโทษที่หนีสักไป เห็นว่าซึ่งลูกทาสกลับไปเป็นทาสอีกก็จะเบาบางลง ยางทีก็ตั้งตัวได้บ้าง อีกประการหนึ่ง เป็นว่าลูกพลเรือน บิดามารดาเกียจคร้านไม่ทำมาหากิน ก็หันเข้าเป็นนักเลง ครั้นเล่นเบี้ยเสียโปแล้วก็เอาบุตรไปขายรับใช้การงานของนายเงิน ครั้นบุตรเติบใหญ่บิดามารดาก็ขึ้นค่าตัวมากขึ้นทุกทีๆ มีอยู่อย่างนี้โดยมาก ถึงบุตรนั้นจะใหญ่โตขึ้นจะคิดหาเงินทองมาใช้ให้พ้นจากเป็นทาสนั้น ก็ไม่ใคร่จะได้เพราะบิดามารดาขายไว้แพงๆ เหลือกำลังลูกที่จะถอนไถ่ตัวได้กฎหมายลักษณะทาสเดิมมีว่า ถ้าผัวเมียพ่อแม่นายเงินเอาชื่อลูกเมียค่าคนลงในสารกรมธรรม์ ท่านว่าเป็นสิทธิ์ แม้เจ้าเงินจะบอกก็ดี มิได้บอกก็ดี ท่านว่าเป็นสิทธิ์ โดยกระบิลเมืองเหตุว่าผัวพ่อแม่นายเงินเป็นอิสระ

ครั้นต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวให้ยกกฎหมายบทนี้เสีย จึ่งตั้งพระราชบัญญัติว่าถ้าพ่อแม่เอาชื่อลูกมาขาย อายุยังไม่ถึง ๑๕ ปีและอยู่กับพ่อแม่ ถึงไม่มีแกงไดและคำยอม ก็เป็นอันขายได้ ถ้าลูกแยกย้ายไปจากพ่อแม่หรือพ่อแม่โกรธอย่าร้างกัน ลูกตกไปอยู่ข้างอื่น จะลอบลักเอาชื่อมาขายไม่ได้ ถ้าลูกชายลูกหญิงอายุ ๑๕ ปีขึ้นไปแล้ว พ่อแม่จะเอามาขาย ตัวเรือนเบี้ยลงแกงไดยินยอมจึงขายได้ ถ้าลูกไม่มีพ่อแม่เอามาเลี้ยงเหมือนลูก อายุต่ำ ๗ ขวบลงมาก็ขายได้เหมือนลูกของตัว เพราะจะได้มรดกด้วย จะขายได้อายุต่ำกว่า ๑๕ ปีลงมา ถ้าอายุพ้อ ๑๕ ปีขึ้นไปแล้ว ตัวเรือนเบี้ยยินยอมด้วยจึงขายได้

และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ลดหย่อนลงไว้ก็มากชั้นหนึ่งแล้ว ครั้งนี้เห็นว่า บุตรชายหญิงซึ่งยังไม่ได้เป็นทาส อายุต่ำ ๑๕ ปีลงมา ถึงตัวเด็กจะรู้ก็ดี มิรู้ก็ดี ก็ให้ขายได้ตามพระราชบัญญัติเดิม เพราะจะได้รับทุกข์บิดามารดา ครั้นจะห้ามไม่ให้ขายเล่า ก็เป็นที่โสมนัสเสียใจแก่บิดามารดาง่าเสียแรงเลี้ยงมา เวลาทุกข์ร้อนขัดสนก็จะขายไม่ได้ การซึ่งยังขัดขวางอยู่ดังนี้ เพราะเหตุซึ่งธรรมเนียมที่ขายตัวเป็นทาสนั้น จะเลิกถอนตัดทอนไปโดยเร็วไม่ได้ ครั้นตัวบิดามารดาจะให้กู้ยืมเงินผู้ใด ก็ไม่มีใครเชื่อถือ เพราะฉะนั้นจึ่งยอมให้ขายไปก่อน แต่จะต้องรัดเข้าอีกชั้นหนึ่งว่า ถ้าบิดามารดาจะขายบุตรอายุต่ำ ๑๕ ปีลงมา ต้องขายได้ตามเกษียณอายุซึ่งตั้งขึ้นใหม่นี้ แต่พ้น ๑๕ ปีขึ้นไปนั้นต้องบอกตัวเรือนเบี้ยให้รู้ตามพระราชบัญญัติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตัวเรือนยอมให้ขายจึงขายได้ ถึงจะเกินกว่าเกษียณอายุก็ได้ ก็การทั้งสองอย่างนี้อยากจะให้ตั้งขึ้นนับแต่ปีแรกที่ได้รับราชสมบัติคือปีมะโรงสัมฤทธิศก ต่อไปข้างหน้าถ้าลูกทาสที่เกิดแต่ปีมะโรงสัมฤทธิศก นับไปจนถึงแปดปีต่อไป ปีที่ ๙ ให้ลดค่าตัวตามเกษียณอายุซึ่งตั้งขึ้นใหม่แต่ลูกทาสซึ่งเกิดปีปีมะโรงสัมฤทธิศกขึ้นไปนั้นครั้นจะตัดลงก็จะลำบากให้คงไปตามกรมศักดิ์เดิมก็ได้ แต่ลูกเด็กซึ่งขายกันนั้น จะคิดแต่ปีมะโรงสัมฤทธิศกก็จะเป็นความลำบาก ด้วยว่าได้ขายกันไว้แพงๆ แล้ว ได้คิดแต่ปีจอฉอศก
แก้ไขล่าสุดโดย KenForever เมื่อ 25/10/2011 |
|
| |
|
|
| |
|
|
|
|
|
|
 |
| |
 |
 |
| จำนวนคนอ่าน 1512 คน |
จำนวนคนโหวต 1 คน |
|
|
|
|
|